กรมทางหลวงเตรียมจ้างที่ปรึกษาคุมงานก่อสร้างขยายคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี ชี้โครงสร้างยกคร่อม ทล.338 งานซับซ้อน และเตรียมจ้าง PMC บริหารโครงการ M9 บางบัวทอง-บางปะอิน ที่มี 15 ตอน ย้ำปรับรูปแบบยกระดับมาตรการความปลอดภัยและลดข้อจำกัดด้านบุคลากร ระบุปี 69 มีงานก่อสร้างกว่า 4,600 สัญญา
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมทางหลวงมีการปรับปรุงรูปแบบการดำเนินโครงการ โดยมีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการในทุกมิติเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ทุกฝ่าย ได้แก่ การจัดจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Supervision Consultant : CSC) ในส่วนของโครงการที่ใช้งบประมาณที่งานมีความซับซ้อน และการก่อสร้างต้องมีมาตรการที่เข้มข้น โดยจะเริ่มใช้กับโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 338 (ถนนบรมราชชนนี) ช่วงพุทธมณฑลสาย 3-พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทาง 4.630 กม. เนื่องจากเป็นงานก่อสร้างมีรูปแบบเป็นทางยกระดับคร่อมบนถนนบรมราชชนนีที่มีรถสัญจรไปมา หรือเรียกว่าเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรง ชนิด PRECAST BOX SEGMENT VIADUCT โครงสร้างค่อนข้างมีความซับซ้อน การก่อสร้างจึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้นมากกว่าการก่อสร้างขยายถนนบนทางระดับดินตามปกติ
ปัจจุบันกรมทางหลวงได้ประมูลหาผู้รับจ้างก่อสร้างส่วนต่อขยายทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 338 (ถนนบรมราชชนนี) ช่วงพุทธมณฑลสาย 3-พุทธมณฑลสาย 4 ระยะทาง 4.630 กม. แบ่งงานก่อสร้างออกเป็น 6 ตอนแล้ว อยู่ระหว่างลงนามสัญญากับผู้รับจ้าง ส่วนการจัดจ้างที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง วางแผนดำเนินการโดยใช้งบประมาณปี 2570 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการจัดทำงบประมาณประจำปี 2570 แต่หากการจัดทำงบฯ ปี 2570 ล่าช้าออกไปสามารถใช้งบเหลือจ่ายไปดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งไม่กระทบต่อการก่อสร้าง โดยหลังลงนามกับผู้รับเหมาแล้วจะมีการวางแผนการทำงานให้ชัดเจนก่อน จากนั้นจะมีการออกหนังสือให้เริ่มงาน (NTP) อีกครั้ง ดังนั้นสามารถทำแผนไทม์ไลน์ให้สอดคล้องกับการจัดหาที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างได้ และงานในช่วงแรก กิจกรรมจะเป็นเรื่องการเตรียมพื้นที่ การเตรียมอุปกรณ์มากกว่า โดยคาดเริ่มสร้างภายในปีนี้และเปิดบริการในปี 2572
“ที่ผ่านมางานก่อสร้างทั่วไป การขยายช่องจราจรต่างๆ ที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน กรมทางหลวงจะดำเนินการควบคุมงานเอง ส่วนที่ต้องมีที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง หรือ CSC นั้นจะเป็นงานที่ใช้เงินกู้ หรืองานระหว่างประเทศ เช่น โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ), โครงการมอมเตอร์เวย์สาย 7 ส่วนต่อขยายช่วงพัทยา-มาบตาพุด เชื่อมต่อสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา แต่หลังจากนี้ จะมีการปรับรูปแบบการทำงานโดยจัดจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง กรณีงานที่ก่อสร้างซับซ้อนเพื่อยกระดับความปลอดภัย และเพื่อเป็นการลดข้อจำกัดด้านบุคลากรของกรมทางหลวงด้วย อย่างไรก็ตาม การที่กรมทางหลวงคุมงานเอง หรือจ้างที่ปรึกษาคุมงาน ไม่ใช่คำตอบว่าจะไม่เกิดเหตุขึ้น เพราะการทำงานจริงๆ เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามหลักวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด”
@ จ้าง PMC บริหาร 15 สัญญาโครงการ M 9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน
นอกจากนี้ กรมทางหลวงเตรียมประมูลจัดจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ (Project Management Consultancy: PMC) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 หรือ M9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน ระยะทาง 35 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 ช่วงจากบางบัวทอง-ลาดหลุมแก้ว ระยะทาง 11.775 กม. มีจำนวน 6 ตอน ระยะที่ 2 ช่วงลาดหลุมแก้ว-บางปะอิน ระยะทาง 22.800 กม. มีจำนวน 9 ตอน รวมทั้งสิ้น 15 ตอน เพื่อให้บริหารสัญญาที่มีจำนวนมากให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากปัจจุบันกรมทางหลวงจะมีคณะกรรมการบริหารสัญญาดูในภาพรวม แต่หลังจากนี้จะมีการจ้าง PMC หรือที่ปรึกษาบริหารโครงการ เข้ามาช่วยทำงานในภาพรวม เรื่องแผนการบริหารจราจร แผนอำนวยการ รูปแบบที่สอดคล้องกันของทั้ง 15 ตอน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้อมูล โดยจะใช้เงินจากกองทุนมอเตอร์เวย์จัดจ้าง PMC โครงการมอเตอร์เวย์ M9 ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน
สำหรับมอเตอร์เวย์ M9 ด้านตะวันตก ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน อยู่ระหว่างประมูลหาผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โดยกรมทางหลวงจะควบคุมงานก่อสร้างเอง เนื่องจากเป็นการปรับปรุงก่อสร้างบริเวณตรงกลางถนนกาญจนาภิเษกให้เป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองระดับพื้นดิน ขนาด 6 ช่องจราจร แต่ PMC จะเข้ามาช่วยบริหารโครงการในภาพรวมเพื่อให้ประสิทธิภาพดีขึ้น คือเข้ามาช่วยทำงาน โดยอยู่ภายใต้คณะกรรมการบริหารโครงการของกรมทางหลวง
@เผยปี 69 มีงานขนาดใหญ่-เล็ก "ซ่อม-สร้าง-ขยาย 4 เลน" กว่า 4,360 โครงการ
อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวว่า การจ้างที่ปรึกษาบริหารโครงการ และที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้าง ด้วยเหตุผลข้างต้นเพื่อช่วยกรมทางหลวงทำงานและลดข้อจำกัดด้านบุคลากรของกรมทางหลวง โดยในงบประมาณปี 2569 จะมีโครงการใหญ่ วงเงินงบประมาฯ 500 ล้านบาทขึ้นไป ที่หากลงนามสัญญาครบจะมีการก่อสร้างที่ต้องดำเนินการทั้งสิ้น 360 สัญญา ทั้งโครงการเก่าผูกพันงบ และโครงการใหม่ (งบปีแรก) นอกจากนี้ยังมีโครงการขนาดเล็ก งบประมาณปีเดียวอีกประมาณ 4,000 โครงการ ดังนั้นต้องใช้บุคลากรคุมงานจำนวนมาก

