โปแลนด์ จำเป็นต้องพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง จากคำชี้แนะของประธานาธิบดีคารอล นัฟรอสกี โดยอ้างเกี่ยวกับแนวโน้มภัยคุกคามจากรัสเซีย
บรรดาสมาชิกยุโรปของนาโต กล่าวอ้างมาช้านาน วาดภาพความเป็นไปได้ของการถูกอสุรกายรัสเซียรุกราน ในความชอบธรรมสำหรับการเสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ มอสโกปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าววา "ไร้สาระและสร้างความหวาดกลัวโดยไม่มีมูลความจริง"
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนท้องถิ่น Polsat News ในวันอาทิตย์(15ก.พ.) ประธานาธิบดีนัฟรอสกี กล่าวว่าเขาสนับสนุนอย่างแข็งขัน ให้โปแลนด์เข้าร่วมในโครงการนิวเคลียร์ "เราจำเป็นต้องดำเนินการไปในทิศทางนี้ เพื่อที่เราจะสามารถเริ่มต้นการทำงาน" เขากล่าว อย่างไรก็ตามเขายอมรับไม่รู้ว่า วอร์ซอ จะเลือกมุ่งหน้าสู่ความพยายามนี้อย่างจริงๆจังๆหรือไม่
โปแลนด์ เป็นรัฐภาคีของสนธิสัญญาสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งรับรองรัฐอาวุธนิวเคลียร์ 5 รัฐ ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ
ความเคลื่อนไหวของโปแลนด์ มีขึ้นหลังมีข่าวว่า การพูดคุยเกี่ยวกับการมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้ามในเยอรมนีอีกต่อไป หัวข้อดังกล่าวถูกหยิบยกมาพูดคุยโดยสื่อมวลชนและได้รับการสนับสนุนจากบรรดานักการเมือง สมาชิกรัฐสภา เจ้าหน้าที่ทหารและพวกผู้เชี่ยวชาญ กระตุ้นให้ เซอร์เก เนชาเอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำเบอร์ลิน ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ เรียกมันว่าเป็นแนวโน้มที่ก่อความกังวลอย่างสูง
เคย์ กอตต์ชอล์ก สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจากพรรคฝ่ายขวา AfD กล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว ว่า "เยอรมนีจำเป็นต้องมีอาวุธนิวเคลียร์" อ้างว่าบรรดาชาติยุโรปไม่อาจพึ่งการคุ้มกันจากอเมริกาได้อีกต่อไป เขาเน้นว่าความตึงเครียดเมื่อเร็วๆนี้ระหว่างสหรัฐฯกับพันธมิตรยุโรปเกี่ยวกับกรีนแลนด์ พิสูจน์ว่าความสนใจของวอชิงตัน "แตกต่างจากเราโดยสิ้นเชิง"
เมื่อเดือนกรกฏาคมปีที่แล้ว ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ เชื่อว่าเยอรมนีจะสามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ "ได้ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน" แต่เน้นย้ำว่ากรณีนี้เป็นเพียงการสมมุติฐานล้วนๆ
ในเดือนธันวาคม สื่อมวลชนญี่ปุ่นอ้างคำกล่าวของที่ปรึกษารายหนึ่งของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ชี้แนะว่าโตเกียวควรพิจารณาพัฒนาการป้องปรามทางนิวเคลียร์ของตนเองเช่นกัน ความเห็นที่เรียกเสียงตำหนิอย่างรุนแรงจากจีน
ดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย ระบุเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าบางประเทศอาจได้ข้อสรุปแล้วว่า การมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง คือหนทางเดียวที่จะรับประกันอธิปไตยและการป้องกันตนเอง ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ไร้เสถียรภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกเหนือจาก 5 ชาติสมาชิกถาวรความมั่นคงแห่งสหประชาชาติแล้ว อินเดีย ปากีสถานและเกาหลีเหนือ ก็มีคลังแสงนิวเคลียร์ในครอบครองเช่นกัน ขณะเดียวกันก็เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่า อิสราเอล มีแสนยานุภาพทางนิวเคลียร์แต่ไม่ยอมเปิดเผย
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)

