xs
xsm
sm
md
lg

น่าทึ่ง! จิตรกรหนุ่มลำปางนำสำนึกคุณแผ่นดินเกิด ทุ่มสร้าง “หอบรรพชน” ผู้สร้างบ้านแปลงเมือง-เจ้าผู้ครองนคร-นักรบ โชว์เต็มเรือนไม้ล้านนา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ลำปาง - พาชม “หอบรรพชน” จากสำนึกพระคุณบรรพบุรุษผู้สร้างบ้านแปลงเมือง..จิตกรหนุ่มนำรายได้จากน้ำพักน้ำแรงค่อยๆสร้างพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตพื้นบ้าน-รวบรวมภูมิหลังของบรรพชนเจ้าผู้ครองล้านนาแต่ละยุค พร้อมของสะสมนักรบโบราณที่ออกศึกสู้รบกับศรัตรู จัดแสดงเต็มเรือนไม้ล้านนาสไตล์ญี่ปุ่น



“หอบรรพชน” ตั้งอยู่ติดกับถนนสายลำปาง-ห้างฉัตร บ้านยางอ้อย ม.4 ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง..กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของทั้งนักท่องเที่ยว-นักประวัติศาสตร์ล้านนา รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้รากเหง้าของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่นี่.. “อาจารย์พงษ์พรรณ เรือนนันชัย” จิตรกรภาพเขียนสีอะคริลิค ชาวลำปาง อายุ 50 ปี เป็นเจ้าของและเป็นผู้ริเริ่มสร้าง ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองจากอาชีพจิตกรวาดรูปซึ่งใช้เวลากว่า 10 ปีในการค้นคว้า ออกแบบ ก่อสร้าง รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ล้านนา มาไว้

อาจารย์พงษ์พรรณ เรือนนันชัย เล่าว่า สนใจงานศิลปะและประวัติศาสตร์ ตั้งแต่เด็กๆ แล้วเมื่อได้ศึกษาเพิ่มมากขึ้น จึงได้รู้ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้นสวยงาม ประกอบกับที่เคยเดินทางไปต่างประเทศ ได้เห็นประเทศ ต่างๆ ก็จะมี “หอบรรพชน” ซึ่งเป็นสถานที่ ที่บอกถึงความภาคภูมิใจของบรรพชนบรรพบุรุษ

ด้วยแผ่นดินล้านนาและบ้านที่ตนเกิดก็มีประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจ ก็อยากให้คนรุ่นต่อๆไปได้เรียนรู้-รำลึกนึกถึงบรรพชนที่แต่ละท่านได้สร้างบ้านแปลงเมืองให้เราได้อยู่ถึงวันนี้ว่า กว่าจะมีวันนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง อยากให้ทุกคนได้ภูมิใจในแผ่นดินเกิด จึงได้ตัดสินใจสร้าง “หอบรรพชน” และด้วยความชอบการตกแต่งของญี่ปุ่น บริเวณหอบรรพชนจึงดูคล้ายหอบรรพชนญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้ตั้งแต่ประตูทางเข้าซึ่งจะมีการตกแต่งด้วยธงผ้าดิบสีขาว-เขียนข้อความเป็นอักษรไทยล้านนาดูคลาสสิค

ภายในหอบรรพชน จะแบ่งเป็นโซน โซนแรกจะเป็นห้องด้านหน้า ซึ่งจะมีหอพระ และ หอบรรพชน ซึ่งถือว่าเป็นโซนที่มีความศักดิ์สิทธิ์ จะมีพระพุทธรูปสมัยโบราณและการจำลองภาพวาดของเจ้าผู้ครองนครล้านนาในยุคต่างๆ โดยอาจารย์พงษ์พรรณ ได้ศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์เจ้าผู้ครองนครล้านนา เครื่องทรงต่างๆ ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพวาดได้อย่างสวยงามสมพระเกียรติ


โซนที่สอง เป็นเรือนกาแล บ้านไม้โบราณยกสูง ฝาผนังทำด้วยไม้ไผ่แตะสาน ภายในคล้ายพิพิธภัณฑ์ มีการแสดงชุดนักรบโบราณ ศาสตราวุธคู่กายนักรบ เครื่องรางของขลัง รวมถึงของใช้ส่วนตัวของนักรบระดับแม่ทัพโบราณ ซึ่งเป็นของจริงที่สะสมไว้ และหาดูยาก รวมถึงผลงานของช่างตีดาบในยุคปัจจุบัน

โซนที่สาม เป็นหอศิลป์ ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่โล่งรวบรวมผลงานด้านศิลปะ โดยเฉพาะงานจิตกรรม ของอาจารย์พงษ์พรรณ มีการโชว์ “ดาบหลวงบรรพชน” ซึ่งมีความยาวกว่า 1 เมตร มีการสลักอักขระลงบนดาบเป็นคาถา “ยันต์ปโชตา” ซึ่งเป็นพระคาถาล้านนาที่เน้นพุทธคุณด้านการเปิดโลก เปิดแสงสว่าง ขจัดความมืดมิดและอุปสรรค นำมาใช้ลงดาบ หรือเขียนผ้ายันต์/เสื้อยันต์ เพื่อให้เกิดพุทธคุณด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย และเมตตามหานิยม ไว้ทั้งสองด้านของดาบ


บริเวณโดยรอบฝาผนังของอาคารจะมีการโชว์ภาพจิตกรรมที่ถ่ายทอดออกมาจากหนังสือพิชัยสงคราม อาทิ ภาพขบวนทัพของเหล่านักรบที่จัดขบวนนักรบออกรบในสงครามสมัยโบราณ ซึ่งก็จะมีการบอกไว้ถึงชื่อเรียกของแต่ละทัพและการวางตำแหน่งในการออกรบ เป็นต้น รวมถึงผลงานด้านจิตกรรมของอาจารย์ในหลายลักษณะซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ภาพวาดเกี่ยวกับวิถีชีวิตท้องถิ่นล้านนา ประวัติศาสตร์ พุทธศาสนา เป็นส่วนใหญ่

จุดนี้ยังเป็นสถานที่สอนงานด้านศิลปะให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจ เป็นสถานที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชม “หอบรรพชน” แห่งนี้ด้วย ซึ่งเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับชาวบ้าน ซึ่งเดิมทีหมู่บ้านละแวกนี้จะเป็นหมู่บ้านตีดาบมาแต่โบราณ ปัจจุบันก็ยังมีการตีดาบอยู่แต่ไม่มากนัก