xs
xsm
sm
md
lg

เปิดรับความเห็น "ร่างกม.คุมวณิพก" ฉบับใหม่ เน้น! เพิ่มโทษสูงสุดคุก 15 ปี เหลือบไรขอทานไทย-ต่างด้าว "ผู้สืบสันดาน" โดนด้วย!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พม.เปิดรับความเห็น "ร่างกม.ควบคุมวณิพก" ฉบับใหม่ ส่วนใหญ่ เน้น! เพิ่มโทษหนักจําคุกสูงสุด 15 ปี ปรับสองแสน เหลือบไร เกาะกินขอทาน ทั้งไทย-ต่างด้าว "ผู้สืบสันดาน" โดนด้วย หากมาในรูปแบบเด็ก/คนพิการ/สูงอายุ/วิกลจริต ดึง "ผู้ว่ากทม./นายกพัทยา/เจ้ากรมกิจการชายแดน" นั่งบอร์ดชุดใหญ่ มีอำนาจตัดสินใจร่วม ส่วน "ภาคปฏิบัติ" ท้องถิ่นร่วมจัดการ มีเวที "เปิดหมวก"ในพื้นที่ โซเชียลแนะปัญหาขอทานควรแก้ด้วย “สวัสดิการและการฟื้นฟู” มากกว่าบทลงโทษเข้างวดอย่างเดียว

วันนี้ (13 ก.พ.2569) มีรายงานจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้ยกร่างเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการขอทาน พ.ศ....

เป็นการแก้ไข ฉบับปี 2559 ที่มีผลบังคับใช้ เมื่อ 28 ก.ค.2559 เนื่องจาก พ.ร.บ.ควบคุมการขอทาน 2484 ใช้บังคับมานานแล้ว บทบัญญัติเกี่ยวกับการสงเคราะห์ผู้ทำการขอทานตาม พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

โดยเฉพาะ การกำหนดบทกำหนดโทษตามกฎหมายปัจจุบัน ไม่ทำให้คนขอทานและผู้แสวงหาประโยชน์จากการขอทานเกิดความเกรงกลัว และยังขาดกลไกสำคัญเกี่ยวกับการส่งเสริมสนับสนุนบุคคลที่แสดงความสามารถ

เป็นการกำหนดความผิดและกำหนดโทษทางอาญาแก่ผู้แสวงหาประโยชน์จากคนขอทาน และคนขอทาน สมควรกำหนดแนวทางการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนขอทาน ปรับปรุงการให้อำนาจกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย

และสมควร กำหนดมาตรการในการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาบุคคลที่แสดงความสามารถให้มีความเหมาะสม อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

ล่าสุด กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) ให้ผู้เกี่ยวข้อง เช่น กรรมการหรืออนุกรรมการในคณะกรรมการควบคุมการขอทาน ผู้เชี่ยวชาญ นักกฎหมาย นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

รวมถึง ผู้ทำการขอทาน ผู้แสดงความสามารถ และประชาชนทั่วไป แสดงความเห็นผ่าเวปไซด์ระบบหลางกฎหมาย ถึงวันที่ 4 มี.ค. 2569 นี้

สำหรับสาระสำคัญ และแบบสำรวจความเห็น มีคำถามที่น่าสนใจ เช่น การปรับปรุงบทนิยามที่เกี่ยวข้องกับการขอทาน และการแสดงความสามารถ ของบุคคลที่แสดงความสามารถ เพื่อให้มีความชัดเจน กว้างขวางเพิ่มขึ้น

สอดคล้องกับสถานการณ์ทางสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มนิยามที่สาธารณะ ปรับปรุงสถานคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้มีความความครอบคลุม ทั้งหน่วยงานในสังกัด

"เพิ่มเติมเจ้าพนักงานท้องถิ่นในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตลอดจน ผู้บริหารท้องถิ่นตามที่กฎหมายกําหนด เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้และความครอบคลุมในทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา 5)

เพิ่มเติมหมวด 1 "คณะกรรมการควบคุมการขอทาน" ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบจากเดิม คือ "หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม" เป็น "หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง"

และเพิ่มเติม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร ตลอดจนปรับเปลี่ยนผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจากเดิมเป็น "ผู้แทนภาคประชาสังคม" เป็น "ผู้แทนจากภาคเอกชน" ไม่น้อยกว่าสี่คน

และเพิ่มระยะเวลาการดํารงตําแหน่งจากเติมคราวละสามปี เป็นคราวละสี่ปี เพื่อยกระดับอำนาจการตัดสินใจและลดขนาดของคณะกรรมการ (มาตรา 7 - 13)

เพิ่มเติมหมวด 2 "การควบคุมการขอทาน" ห้ามคนทําการขอทาน และกําหนดพฤติการณ์พิเศษของคนขอทาน ที่ต้องรับโทษหนักขึ้น เพื่อให้การบังคับใช้โทษทางอาญา มีประสิทธิภาพมากขึ้น

"ทําให้คนขอทาน เกิดความเกรงกลัวต่อการกระทําความผิด สําหรับบุคคลต่างด้าว ให้พนักงานสอบสวนดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองด้วย"

กรณีผู้แสวงหาประโยชน์จากคนขอทาน เดิมมีบทยกเว้นโทษสําหรับบุพการี หรือ ผู้สืบสันดาน ซึ่งเป็นช่องว่างให้คนขอทานนำบุตรหลานของตนเองมาทําการขอทาน จึงมีการเพิ่มเติมฐานความผิดและโทษ

หากเป็นการกระทําต่อเด็ก การกระทําโดยบุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล คนขอทาน ไม่ว่าจะมีความผูกพันกับคนขอทานในทางกฎหมายหรือทางสายโลหิตหรือไม่ก็ตาม ต้องรับโทษหนักขึ้น

นอกจากนี้เพื่อคุ้มครองสังคมให้ปลอดภัย สร้างแรงจูงใจให้เกิดการมีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหาและการบังคับใช้กฎหมายให้คนขอทานหมดสิ้นไปจากสังคม "ผู้ใดพบเห็นการขอทาน" ให้แจ้งต่อตำรวจ หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่

โดยมี "บทคุ้มครอง" เมื่อได้กระทําโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง

อีกทั้งได้มีการกําหนดกระบวนการกรณี การจับกุมคนขอทานที่เป็นเด็ก หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ คนวิกลจริต คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือบุคคลที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ไม่มีญาติ หรือผู้ใดอุปการะเลี้ยงดู หรือไม่สามารถหาเลี้ยงชีพอย่างอื่น หรืออยู่ในสภาวะยากลําบาก และยินยอม เข้ารับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต

ให้ตํารวจ หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ส่งผู้นั้นไปยังสถานคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อทําการคัดกรอง หากไม่ยินยอมเข้ารับการคุ้มครอง ให้พนักงานสอบสวนดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป ซึ่งเป็นกระบวนการคัดกรองก่อนการดําเนินคดี

กรณีคนขอทานที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เพื่อเข้ารับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนได้มีการ กําหนดหน้าที่และอ้านาจของตํารวจ หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในชั้นจับกุม เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนขอทาน (มาตรา 14 - 23)

เพิ่มเติมหมวด 3 การคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต กรณีคนไทย ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางกระทําความผิดฐานทําการขอทาน เมื่อยินยอมเข้ารับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต และปฏิบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด ให้ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานทําการขอทาน

นอกจากนี้กําาหนดให้ "องค์กรภาคเอกชน" ที่ทําหน้าที่เป็นสถานคุ้มครองและพัฒนา คุณภาพชีวิต ผู้บริจาค หรือบุคคลได้รับคนขอทานไว้ดูแล นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบการ หรือองค์กร ภาคเอกชน ที่จ้างงานคนขอทาน ซึ่งผ่านการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต

มีสิทธิได้รับการ "ยกเว้นภาษีตามประมวลรัษฎากรกําหนด" รวมทั้งได้รับสิทธิพิเศษอื่นตามกฎหมายกําหนด ตลอดจน กําหนดหน้าที่และอ้านาจของผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต และกําหนดสิทธิบุคคลที่เข้ารับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต

เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของบุคคลที่เข้ารับการคุ้มครอง ตลอดจนให้อํานาจกับ อปท.สามารถจัดตั้ง สถานคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ (มาตรา 24 - 30)

เพิ่มเติมหมวด 4 การแสดงความสามารถ ให้อปท. จัดให้มีพื้นที่ แสดงความสามารถที่ปลอดภัย ประชาชนเข้าถึงง่าย โดยสะดวก เป็นแหล่งชุมชน และอาจประสานงานขอใช้พื้นที่ของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน

ซึ่งหากเป็นพื้นที่ของ อปท. หรือหน่วยงานของรัฐ พิจารณาอนุญาตโดยไม่คิดค่าเช่าหรือค่าธรรมเนียม โดยเมื่อบุคคล ที่แสดงความสามารถจะไปทําการแสดงในพื้นที่ใด

ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นในพื้นที่นั้น ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ตามที่ อปท.กําหนด ซึ่งเมื่อ อปท. อนุญาตแล้ว ย่อมได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่น

กรณีบุคคลที่แสดงความสามารถเป็นเด็กหรือบุคคลที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงคนอื่น ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล หรือผู้ให้ความช่วยเหลือจะต้องพิจารณา การแสดงความสามารถให้เหมาะสมและต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้หากบุคคลที่แสดงความสามารถ "ฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายนี้" เจ้าพนักงานท้องถิ่นในเขตพื้นที่มีอํานาจสั่งให้ผู้นั้น หยุดหรือยุติการแสดงดังกล่าวใต้

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ อปท. จัดให้มีหรือประสานหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ หรือภาคเอกชนเพื่อดําเนินการช่วยเหลือ คุ้มครองสวัสดิภาพหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล แสดงความสามารถให้สามารถนําไปประกอบอาชีพ และมีรายได้เพียงพอต่อการดํารงชีพตามอัตภาพ

ตลอดจนให้ "กรมส่งเสริมวัฒนธรรม" และหน่วยงานอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนดมีหน้าที่กําหนด มาตรการและวิธีการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพบุคคล โดยบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ที่ส่งเสริมสนับสนุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคคลที่แสดงความสามารถ มีสิทธิได้รับการลดหย่อน หรือยกเว้นภาษี ตามประมวลรัษฎากรกําหนด (มาตรา 31 - 39)

เพิ่มเติมหมวด 5 "พนักงานเจ้าหน้าที่" กําหนดหน้าที่และอํานาจให้ชัดเจน ตลอดจนเพิ่มบทคุ้มครองพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อได้กระทําโดยสุจริต ย่อมได้รับการคุ้มครองและไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง ในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องแสดงบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีการร้องขอ (มาตรา 40-42)

เพิ่มเติมและปรับปรุงหมวด 6 บทกําหนดโทษ ให้มีการปรับระวางโทษสูงขึ้นเป็นจําคุก ไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ตลอดจน คนขอทานที่เข้ารับการคุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตแล้ว ภายหลังออกจากสถานคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังปรับระวางโทษสูงขึ้น สําหรับคนขอทานที่มีพฤติการณ์พิเศษ คือ จําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

สําหรับผู้ที่ช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้คนขอทานออกจากสถานคุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ผู้แสวงหาประโยชน์จากคนขอทาน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน หกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

และหากเป็นการกระทําความผิดที่ต้องรับโทษหนักขึ้น ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

แต่ทั้งนี้หากผลการกระทํานั้น เป็นเหตุให้คนขอทานได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

หากผลของการกระทํานั้นเป็นเหตุให้คนขอทานเสียชีวิต ต้องระวางโทษ จําคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองสังคมโดยการป้องกันและสร้างความตระหนักรู้

ไม่ให้บุคคลแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากคนขอทานในลักษณะการหลอกลวง และก่อความรุนแรง ต่อบุคคลที่เป็นผู้เปราะบาง (มาตรา 43 - 48)

มีรายงานด้วยว่า ในเพจของ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีการแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง เช่น ปัญหาการขอทานควรแก้ด้วย “สวัสดิการและการฟื้นฟู” มากกว่าการลงโทษอย่างเดียว

อยากเห็นกฎหมายใหม่ให้ความสำคัญกับ อพม. ในพื้นที่มากขึ้น เป็นด่านหน้าในการช่วยเหลือ คัดกรอง และคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และกำหนดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน เป็นธรรม และตรวจสอบได้

หรือความเห็น ที่อยากให้มีการจัดให้คนที่แสดงความสามารถจริง ๆ ตามเหมาะสม เพื่อลดจำนวนขอทาน และผู้แสดงความสามารถเป็นจำนวนมากลดลง คือเพิ่มเงินสวัสดิการ อย่างเช่น เบี้ยยังชีพผู้พิการ หรืออื่นๆ จากเดือนละ 600 ถึง 800 เป็น 1500 บาทถึง 3000 บาท เป็นต้น.