‘ภูมิใจไทย’ มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชน-เพื่อไทย แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม – แดง ‘สุชาติ’ ประกาศศักดิ์ดา ยึดพื้นที่ขลบุรีคืนจาก ปชน.ส่วน ปชป.ปั่นประแส ‘ฟ้าคืนใต้’ แต่ก็พ่ายสีน้ำเงิน‘ชาดา’ แผ่อิทธิพลนครสวรรค์สำเร็จ
เมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 8 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปเมื่อเวลา 17.00 น.และมีการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยมีคะแนน สส.แบบแบ่งเขตมาเป็นอันดับ 1 ได้ 178 ที่นั่ง พรรคประชาชน ได้ สส.เขตมาเป็นอันดับ 2 จำนวน 70 ที่นั่ง และเพื่อไทยได้ สส.เขต 67 ที่นั่ง ขณะที่ส่วนพรรคกล้าธรรมหายใจรดต้นคอได้ สส.เขตมาเป็นที่ 4 ได้ 59 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ สส.เขต 11 ที่
ส่วนบัญชีรายชื่อพรรคประชาชนอันดับ 1 ได้ 2,159,607 คะแนน พรรคภูมิ อันดับ 2 ได้ 1,663,353 คะแนน อันดับ 3 คือ พรรคเพื่อไทยได้ 1,542,237 คะแนน อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 812,508 คะแนน และอันดับ 5 พรรคเศรษฐกิจ ได้ 287,807 คะแนน
ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีการแข่งขันกันดุเดือน จังหวัดน่าน เพื่อไทยสูญทั้งจังหวัด โดยเขต 2 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แชมป์เก่าร่วงเป็นอันดับ 3 กล้าธรรมผงาดขึ้นที่ 1 คะแนนห่างเป็นหมื่น ส่วนเขต 1 เขต 3 เพื่อไทยก็พ่ายให้กับพรรคประชาชน อย่างไรก็ตาม จังหวัดน่านมีปัญหาเจ้าหน้าที่ กปน.ฉีกบัตรเลือกตั้งผิด 69 ใบ ซึ่งมีแนวสูงที่จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
จังหวัดแพร่ เขต 3 วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เพื่อไทยยังรักษาแชมป์ได้ แต่เขต 1 และเขต 2 พ่ายให้กับภูมิใจไทย ขณะที่สุโขทัย ถูกภูมิใจไทยเจาะไข่แดงเขต 4
ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา มีทั้งหมด 4 เขต โดยเขต 1 นางฐิติมา ฉายแสง พรรคเพื่อไทย ยังคงรักษาเก้าอี้สส.ได้อีก 1 สมัย เขต 2 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร การเลือกตั้งเมื่อปี 66 ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม ยังสามารถรักษาเก้าอี้สส.ไว้ได้เช่นกัน เขต 3 ปรากฎว่า นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ พรรคกล้าธรรม เอาชนะแชมป์เก่านายศักดิ์ชาย ตันเจริญ จากพรรคเพื่อไทย ขณะที่ เขต 4 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ พรรคกล้าธรรม เอาชนะแชมป์เก่าพรรคประชาชน ซึ่งการเลือกตั้งปีนี้ ส่ง นางแพรวนภัศร์ ทองสุวรรณ์ ภรรยาของนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ลงสมัครแทน
ขณะที่จังหวัดสงขลา มีทั้งหมด 8 เขต เขตที่น่าจับตาคือเขต 2 ศาสตรา ศรีปาน แชมป์เก่า ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปลงในนามพรรคภูมิใจไทย แพ้ให้กับจุรี นุ่มแก้ว ชนะ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ มาเป็นอันดับ 3 ส่วนเขต 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ สำหรับเขต นายสมยศ พลายด้วง รักษาแชมป์ไว้ได้ ขณะที่เขต 4 นายชนาภัทร นาคสั่ว แชมป์เก่าซึ่งถูกคำสั่งยึดทรัพย์เอี่ยวคดีเว็บพนันออนไลน์ ยังมีรักษาแชมป์ไว้ได้ ส่วนเขต 5 นายวงศ์วัชร ขาวทอง รักษาแชมป์แทน บิดา นายเดชอิศม์ ขาวทอง
ส่วนพื้นร้อนแรงอย่างชลบุรี มีทั้งหมด 10 เขต ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรคประชาชนได้ 7 ที่นั่ง รอบนี้ปรากฏว่าในเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งไอซ์-รักชนก ศรีนอก เฝ้าจับตา ไปช่วยผู้สมัครของประชาชนคือนายวรท ศิริลักษ์ แข่งกับนายสุชาติ ชมกลิ่น ผลกรากฎว่านายสุชาติได้รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนนกว่า 4.2 หมื่นคะแนน ขณะที่นายวรทได้ 3.7 หมื่นคะแนน จังหวัดระยองมีทั้งหมด 5 เขต พรรคประชาชน รักษาแชมป์ได้ 3 ที่นั่ง ในเขต 1,2,5 ขณะที่เขต 3 เสียให้พรรคประชาธิปัตย์ เขต 4 เสียให้ภูมิใจไทย
จังหวัดนครสวรรค์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ขยายอำนาจไปถือว่าประสบผลสำเร็จ เพราะสามารถปักธงได้ถึง 5 เขต โดยที่เขต 1 กับ เขต 2 สามารถล้มแชมป์เก่าได้ ส่วนเขต 4 และ 5 เป็นของภูมิใจไทยเดิม ส่วนเขต 6 ดูดนายปราสาท ตันประเสิร์ฐ จากพรรคชาติพัฒนากล้าไป อยู่ในนามภูมิใจไทยก็ชนะ ทั้งนี้แบ่งพื้นที่ให้กับพรรคกล้าธรรมที่ส่งนายสัญญา นิลสุพรรณ อดีตสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เรียกได้ว่าเพื่อไทย กับพรรคประชาชนที่เคยครองพื้นที่รอบนี้แก้ราบคาบ
ในส่วนของจังหวัดพะเยา บ้านใหญ่ “ตระกูลพรหมเผ่า” นำทีมรักษาแชมป์ทั้ง 3 เขต อย่างไรก็ตาม จังหวัดพะเยามีปัญหาเจ้าหน้าที่กปน.อ้างชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เอาบัตรลงคะแนนไปหวังที่จะทำการเลือกตั้งแทน โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวรับว่าได้รับค่าจ้างมาจากพรรคการเมืองหนึ่ง
จังหวัดลพบุรี ที่ลดลง 1 เขต บ้านใหญ่ 2 ตระกูล คือ “ทางผา” กับ จิรพันธุวาณิช กวาดที่นั่งในเขต 1,2,3 ภูมิใจไทย ส่วนเขต 4 แบ่งให้กับนายวงวงศ์ วรปัญญา เจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคเพื่อไทย
ขณะที่ แชมป์เก่า นายสรพัช ศรีป่านญ์ แชมป์เก่า สระบุรีเขต 1 แพ้ให้กับนายขุนทอง แสนวิเศษ ส่วนเขต 2 นายอรรถพร วงศ์ประยูร ที่ย้ายจากเพื่อไทย ไปภูมิใจไทยก็สามารถรักษาแชมป์ไว้ได้
จังหวัดนครปฐม เขต 1 นายศุภโชค ศรีสุขจร พรรคภูมิใจไทย เดิมปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เขต 2 พันโทสินธพ แก้วพิจิตร พรรคกล้าธรรม เดิมปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังคงรักษาแชมป์ได้อีกหนึ่งสมัย เขต 3 นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ปี 66 ลงสมัครสังกัด พรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เช่นเดียวกับเขต 4 พ.อ.สุขชาต สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย เอาชนะแชมป์เก่า นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ พรรคประชาชนเขต 5 นายอนุชา สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เขต 6 นายกองโทพเยาว์ เนียะแก้ว พรรคภูมิใจไทย เอาชนะแชมป์เก่าพรรคประชาชน ซึ่งชนะเลือกตั้งเมื่อปี 66
สำหรับภาครวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) แบ่งที่นั่งกันอยู่ 3 พรรค คือ ภูมิใจไทยกวาดอีสานใต้ ส่วนโคราช ไล่ไปถึงอีสานตอนบน เพื่อไทยได้เสียงเป็นส่วนใหญ่ สลับกับพรรคกล้าธรรม โดยมีพรรคไทยสร้างไทยสอดแทรกมา 1 ที่นั่ง คือ ร้อยเอ็ดเขต 7 ขณะที่หนองคาย พลังประชารัฐเข้ามาได้ 2 ที่นั่ง คือเขต 1 กับ เขต 2 ส่วนพรรคประชาชน จากที่เคยมีถึง 8 ที่นั่ง รอบนี้ปรากฏว่าเหลือเพียง 2 คือ เขนแก่นเขต 1 และ นครราชสีมาเขต 1
ภาคกลาง เสียงส่วนใหญ่ก็เทมาที่พรรคภูมิใจไทย จากเดิมจะเป็นพื้นที่ของพรรคประชาชน พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ
ขณะที่ภาคใต้ ภูมิใจไทยก็กวาดที่นั่งเป็นอันดับหนึ่ง โดยภูเก็ต มี 3 เขต ที่ปักหมุดเอาไว้ทั้งหมดก็เสียให้กับพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม รักษาไว้ได้แค่ เขต 2 เช่น สส.แบบแบ่งเขต หลายพื้นที่ อย่าง กทม. 33 เขตเลือกตั้งพรรคก้าวไกลในอดีต หรือพรรคประชาชนในปัจจุบันสามารถกวาดที่นั่งได้ 32 เขต ปัจจุบันจากการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ก็ยังสามารถครองใจคนกรุงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เนื่องเจอฤทธิ์ฝนกระหน่ำ ช่วงเย็นทำให้การนับคะแนนล่าช้า

