xs
xsm
sm
md
lg

พบคราบน้ำมันจากเรือขนสินค้า ลอยผิวน้ำขยายวงกว้างแต่ยังเข้าฝั่ง ส่วนตู้คอนเทนเนอร์เก็บได้ 8 ตู้ ส่วนที่เหลือคาดจมทะเล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวภูเก็ต – พบคราบน้ำมันจากเรือขนสินค้าอัปปาง ลอยผิวน้ำยาว 4.5 ไมล์ กว้าง 1 ไมล์ เร่งสำรวจอุดรูรั่ว เผยในเรือมีน้ำมันเตา 98 ตัน มารีนดีเซลออย 32 ตัน เบื้องต้นปิดวาล์วแล้ว ส่วนตู้คอนเทนเนอร์ผูกร้อยได้แค่ 8 ตู้ ที่เหลือดคาดจมลงทะเล

จากกรณีเกิดเหตุ เรือขนสินค้าเดินทางจากประเทศมาเลเซียไปยังประเทศบังกลาเทศ เกิดอุบัติเหตุเรือล่ม บริเวณฝั่งตะวันตกของเกาะแก้วใหญ่ ใกล้แหลมพรหมเทพ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า 297 ตู้ และมีวัตถุอันตรายจำนวน 14 ตู้ กระจัดกระจายในทะเล และมีบางส่วนจมไปพร้อมกับเรือ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้มีการบรณาการกำลังทุกหน่วย เช่น ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาคที่ 3 (ศรชล.ภาค 3) ทัพเรือภาคที่ 3 สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต, ตำรวจน้ำ, เทศบาลตำบลราไวย์, เจ้าท่าส่วนภูมิภาคจังหวัดภูเก็ต, ปภ.เขต 18, ปภ.จังหวัดภูเก็ต, มูลนิธิกุศลธรรมจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาใน เบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยการปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำมันรั่วไหลจากเรือสู่ทะเลและย้อนกลับเข้าสู่ชายฝั่ง นำเรือยางเข้าผูกยึดตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อป้องกันการกระจัดกระจายไปยังพื้นที่อื่น เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม

ล่าสุดวันนี้ (8 ก.พ.) ศรชล.ภาค 3 ได้ตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือกรณีเรือขนส่งสินค้า SEALLOYD ARC สัญชาติ ปานามา อับปางในทะเลใกล้ฝั่งภูเก็ต โดยพลเรือโทวีรุดม ม่วงจีน ผอ.ศรชล.ภาค 3 เป็นประธานการประชุม เพื่อบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันบริหารจัดการ คลี่คลายสถานการณ์ ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งมีรายงานว่า จากการใช้อากาศยานบินสำรวจ พบว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่ทะเลเป็นแนวยาว 4.5 ไมล์ ความกว้าง ประมาณ 1 ไมล์ ไหลไปทางทิศตะวันตก (ไม่เข้าสู่ชายฝั่งภูเก็ต) วิเคราะห์แล้วเป็นเหตุการณ์ขนาดใหญ่ที่กำลังขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อการเดินเรือทุกประเภท

จึงได้มีการกำหนดภารกิจหลัก ที่ต้องเร่งดำเนินการประกอบด้วย การขจัดคราบน้ำมัน และการสกัดการรั่วไหลของน้ำมัน ไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมอบหมายให้เรือหลวงมัตโพน เป็นเรือบัญชาการ และให้เรือหลวงหัวหิน, เรือ ต.114, เรือ ต.272, เรือหลวงปันหยี, เรือหลวงมันนอก

นอกจากนั้นในที่ประชุมยังได้มอบหมายให้หน่อวยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ ให้ปลอดภัยจากการเดินเรือ โดยใช้อากาศยาน และ โดรน บินสำรวจ และให้เรือภาคพื้น ลากเข้าพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งในเบื้องต้นมีรายงานจากทางเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต ทราบว่าในส่วนของตู้คอนเทนเนอร์นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการระดมกำลังเข้าเก็บตู้คอนเทนเนอร์ทันทีหลังเกิดเหตุซึ่งสามารถผูกร้อยตู้คอนเทนเนอร์ได้จำนวน 8 ตู้ เตรียมลากเข้าฝั่งวันนี้ ส่วนตู้ที่เหลือคาดว่าจมในทะเล และมีตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนที่อยู่ในเรือ

อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นพบว่าจุดที่เรือจมมีความลึกประมาณ 40 เมตร ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการเดินเรือ แต่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องทำสัญลักษณ์เพื่อแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้น ส่วนเจ้าของเรือจะต้องมีการกู้เรือขึ้นมา ซึ่งเท่าที่ทราบในเรือมีน้ำมันเตาประมาณ 98 ตัน และ มารีนดีเซลออย ประมาณ 32 ตัน จุดนี้จะต้องมีการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้น้ำมันรั่ว เพราะจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้
กำลังโหลดความคิดเห็น