รวบคาหนังคาเขาขบวนการซื้อเสียงเชียงรายพร้อมเงินสดและโพยรายชื่อ ด้าน ธปท. ประสาน กกต. เฝ้าระวังเส้นทางเงินสดผิดปกติเพิ่มอีก 11 บัญชี หวั่นสะพัดช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง
สถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้คงไม่มีอะไรจะใหญ่และสำคัญไปกว่าการเลือกตั้ง ซึ่งได้เริ่มเปิดคูหาตั้งแต่เวลา 8.00 นาฬิกา และจะมีการปิดหีบในเวลา 17.00 นาฬิกา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในคืนหมาหอนเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ การจับขบวนการซื้อเสียง
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จ.เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน จ.เชียงราย ได้ตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแม่ต๊าก หมู่ 5 ต.สันกลาง อ.พานจ.เชียงราย ได้พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาส ด้า สีขาว ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ขับผ่านมาจึงได้เรียกตรวจสอบ จากการตรวจพบมีนายเจริญ (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี อดีตสมาชิกสภาท้องถิ่นคนหนึ่ง มีภูมิลำเนาอยู่ในเขต อ.พาน เมื่อจะตรวจภายในรถปรากฎว่านายเจริญ พยายามจะหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเอาไว้ได จากนั้นได้ตรวจค้นในรถพบมีธนบัตรใบละ500 บาทจำนวน 128 ใบ และธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 4 ใบ รวมเป็นเงินสดทั้งหมดจำนวน 64,400 บาท นอกจากนี้พบเอกสารเป็นโพยรายชื่อชาวบ้านจำนวน 7 แผ่น ภายในมีรายชื่อและนามสกุลบุคคลพร้อมบ้านเลขที่จำนวน 124 ราย หัวเอกสารระบุว่าเป็นโพสำรวจผู้สนับสนุนผู้สมัครคนหนึ่งโดยมีรายชื่อผู้สำรวจเอาไว้อย่งชัดเจนรวมทั้งพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง
ทั้งนี้ สอบถามนายเจริญ เบื้องต้นให้การรับว่าได้นำของกลางทั้งหมดมาจากนาย ท.หรือเรียกกันว่า สจ.อ.เพื่อให้นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มีรายชื่ออยู่ในโพยคนละ 500 บาท เพื่อเป็นการจูงใจใหัลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ให้กับผู้สมัครคนหนึ่งของพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกถ้อยคำและให้ชี้เอกสารต่างๆ ตามที่รับก่อนตั้งข้อหากระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นส.ส.ด้วยวิธีการดังกล่าวต่อไปนี้ 1.จัดทำ ให้ เสนอ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินให้แก่ผู้ใด ซึ่งนายเจริญได้รับทราบพร้อมรับสารภาพตลอดกล่าวหา.
ขณะเดียวกัน มีรายงานจากกกต.ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งข้อมูลธุรกรรมการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติและอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งเพิ่มเติมอีก 11 บัญชี หลังจากก่อนหน้านี้ได้ส่งข้อมูลมาแล้ว 6 บัญชี รวมขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบทั้งสิ้น 17 บัญชี บัญชีที่ถูกส่งข้อมูลมาล่าสุด มีพฤติการณ์เบิกถอนเงินสดในจำนวนสูง และมีความเคลื่อนไหวถี่ผิดปกติในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ซึ่งเข้าข่ายเป็น “ธุรกรรมเฝ้าระวัง” ตามกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการเงินและหน่วยงานกำกับดูแลการเลือกตั้ง ซึ่งภายหลังได้รับข้อมูล สำนักงาน กกต.ส่วนกลางได้แจ้งรายละเอียดไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อให้เฝ้าระวัง ติดตามเส้นทางการกระจายเงินสดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายเงินออกจากสถาบันการเงินไปยังเครือข่ายบุคคลในพื้นที่ ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดฐานซื้อเสียง

