xs
xsm
sm
md
lg

“ชูวิทย์” ลั่นโค้งสุดท้ายการเมืองเดือด “กระแสหรือกระสุน” 48 ชั่วโมงชี้ชะตา ใครเข้าสภา ใครล้มช้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เผยนับถอยหลังสู่ “วันพิพากษา” ทางการเมือง เกมอำนาจยังไม่จบที่คูหาเลือกตั้ง แต่ถูกกำหนดจากโต๊ะเจรจาลับ ขณะที่กระแสพรรคส้มถูกตั้งคำถามหนัก ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน ท่ามกลางการเมืองที่กระสุนยังทำงานได้ดีเสมอ

วันนี้ (6 ก.พ.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ระบุข้อความว่าโดยระบุว่า “บรรยากาศการเมืองเข้าสู่โค้งสุดท้ายอย่างเข้มข้น หลังเหลือเวลาเพียง 48 ชั่วโมงก่อนถึงสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกว่า “วันพิพากษา” ซึ่งจะชี้ชะตาว่าใครจะสอบตก ใครจะได้ก้าวเท้าเข้าสู่สภา และใครอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการ “ล้มช้าง” ในสนามการเมือง

อย่างไรก็ตาม ในทุกห้วงเวลาสำคัญของการเมืองไทย แนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลมักไม่ได้ถูกตัดสินจากผลเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากการเจรจาหลังฉากในที่ลับตาสื่อ ซึ่งเป็นกลไกที่ดำรงอยู่มาอย่างต่อเนื่อง

ในอดีต การเจรจาเหล่านี้มักมี “ผู้จัดการรัฐบาล” ที่มีบารมี ความน่าเชื่อถือ และคำพูดเป็นสัญญา แต่ในยุคปัจจุบัน บทบาทดังกล่าวกลับเลือนหายไป ขณะที่การประเมินสถานการณ์ทางการเมืองถูกตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า กระแสของพรรคส้มอาจถูกปั่นขึ้นมาได้เพียงเท่าที่เห็นในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ตัวแปรทางการเมืองที่เคยถูกหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็น “เทา” หรือ “ลุง” กลับเงียบหายไปจากวาทกรรมสาธารณะ รวมถึงกลุ่มที่ถูกเรียกว่า The Professionals ที่แทบไม่ปรากฏบทบาทในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้

ภาพที่ปรากฏชัดคือ ตัวละครหลักที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ “ไอซ์” ซึ่งถูกมองว่าใช้ยุทธศาสตร์ “การตลาดนำการเมือง” มากกว่าการนำเสนอนโยบายพรรคอย่างเป็นรูปธรรม จนทำให้เกิดคำถามถึงทิศทางและความชัดเจนในระยะยาว

ท่ามกลางกระแสที่เริ่มแผ่วลง กระสุนทางการเมืองกลับยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มั่นใจกับท่าทีของพรรคส้ม รวมถึงการประเมินอนาคตที่ถูกมองว่าคลาดเคลื่อน จากถ้อยคำและจุดยืนทางการเมืองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

หลายคำพูดในอดีต โดยเฉพาะท่าทีเกี่ยวกับกองทัพและความมั่นคง ถูกหยิบกลับมาประเมินใหม่ในบริบทปัจจุบัน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า การ “เห่อดารา” อาจไม่สร้างผลเสีย แต่การ “เห่อนักการเมือง” อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศ

แม้จะมี “นิวโหวตเตอร์” เพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่กระแสการเมืองในปีนี้ถูกมองว่ายังไม่แรงเท่าปี 2566 ทำให้แนวโน้มของพรรคส้มอาจจบลงด้วยอันดับ 2 หรือ 3 มากกว่าการแลนด์สไลด์

นักวิเคราะห์การเมืองบางส่วนชี้ว่า หากพรรคส้มไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่อาจโทษปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องย้อนกลับมาทบทวนการตัดสินใจและท่าทีของพรรคเอง

ทั้งหมดนี้จะได้คำตอบในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่าการเมืองไทยจะเห็นภาพ “ช้างล้ม” หรือเป็นเพียงอีกครั้งที่กระแสไม่อาจเอาชนะกระสุนได้
กำลังโหลดความคิดเห็น