โผล่ไทยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวมาเลเซีย อ้างเป็นตร.หลอกเงินสาวใหญ่วัย 63 ปี หวังฮุบเงิน 4 ล้าน บ้านโชคดีได้คืน 1.3 ล้านบาท
จากกรณีเมื่อเวลา 08.30น. วันที่ 6 ก.พ.69 ได้มีนางสาวสุดจิตร (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ผู้เสียหาย ได้มาแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรน้อย ว่าถูกกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างและแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำการหลอกลวงในลักษณะการกระทำเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวอ้างว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ซึ่งนางสาวสุดจิตร (สงวนนามสกุล) เกิดความกลัวและได้ไปเบิกถอนเงินสดให้ กลุ่มบุคคลดังกล่าวไปแล้ว 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาท และได้มีกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พะเยา มารอรับเงินสดเพื่อนำไปตรวจสอบ และในขณะที่นางสาวสุดจิตรฯและมีการนัดแนะให้ผู้เสียหายไปเบิกเงินสดมาให้เพื่อตรวจสอบอีกเป็นครั้งที่ 2 จำนวน 1 ล้านบาท โดยได้นัดแนะส่งมอบเงินกันที่บริเวณลานจอดรถหน้าที่ว่าการอำเภอไทรน้อย ตรงข้ามธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) โดยนัดเวลากันเวลา 10.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรน้อย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีนผบช.ภ.ด, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.ด, พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี นำโดย พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย, พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.ภ.ด, พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.พัดธงทิว ดามาพงศ์ ผกก.ตม.จว.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไทรน้อย โดยมี พ.ต.ท.บุญเรือง ชัยรัตน์ รอง ผกก.สส.สภ.ไทรน้อย,พ.ต.ทเรวัต สุริยะ สว.สส.สถ.ไทรน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ไทรน้อย ได้ทำการร่วมกันวางแผนเพื่อจับกุมกลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยให้นางสาวสุดจิตรฯ ไปทำการเบิกเงินที่ธนาคารฯ รอเพื่อส่งมอบให้กลุ่มมิจฉาชีพตามเวลานัดแนะนั้น และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ซุ่มโป่งอยู่ในพื้นที่บริเวณโดยรอบเพื่อทำการจับกุม
ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. ปรากฏว่าพบ Mr. TANERICZAN NIZAM สัญชาติมาเลเซีย ซึ่งเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัยเดินวนเวียนอยู่บริเวณลานจอดรถนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพบเห็นว่านางสาวสุดจิตรฯ ได้เดินเอาถุงกระดาษที่บรรจุเงินออกจากธนาคารไปมอบให้ Mr. TANERICZAN NIZAM เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานเข้าควบคุมตัวและตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่า Mr. TANERICZAN NIZAM คือบุคคลคนเดียวกันกับที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มารอรับเงินไปตรวจสอบ และ Mr. TANERICZAN NIZAM ได้มารับเงินไปครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 1 ล้านบาท มาครั้งหนึ่ง ส่วนอีกครั้งในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวนเงิน 2 ล้านบาท ให้กับชายไม่ทราบชื่ออีกหนึ่งคน ที่น่าเชื่อว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพเดียวกันกับ Mr. TANERICZAN NIZAM ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรไทรน้อยจึงนำตัว Mr.TANERICZAN NIZAM มาที่สถานีตำรวจภูธรไทรน้อยเพื่อซักถามและขยายผลผู้ร่วมกระทำผิดและแจ้งข้อหาฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดย ทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.ไทรน้อยดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถาม นางสุดจิตร หรือผู้เสียหายกล่าวว่า วันนี้ตนดีใจที่ได้รับเงินคืน 1.3 ล้านบาท เป็นเงินก้อนสุดท้ายจาก 4 ล้านบาท ที่โดนหลอก ซึ่งพฤติกรรมของเขาคือ มีคนโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ AIS ที่สาขาพะเยา บอกว่าตนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์บริเวณนั้น และทำผิดกฏหมาย จึงมีการแนะนำให้ตนไปแจ้งลงบันทึกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีการโอนสายไปให้กับตน หลังจากนั้นมีชายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าตนทำผิดกฎหมาย มีการโอนเงิน ฟอกเงิน และบอกให้ตนให้ข้อมูลส่วนตัวกับทางเขาเพื่อจะช่วยไม่ให้โดนคดี แต่จะต้องเอาเงินในบช.ของตนทุกบาท ไปตรวจสอบที่ ปปง.ว่าเป็นเงินบริสุทธิหรือไม่ จำนวน 4 ล้านบาท เขาแจ้งเป็นเอกสารกลับมาที่ตนว่าเป็นข้อมูลลับห้ามบอกใครรู้ ถ้ามีคนรู้เท่ากับตนทำผิดกฏหมาย ตนจึงไม่ได้บอกใคร และทำตามเขา ตนนำเงินไปให้เขาจำนวน 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 จำนวน 1 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 2 ล้านบาท ส่วนครั้งที่3 คือวันนี้ที่ตนกำลังจะเอาเงินสดให้เขาอีกจำนวน 1 ล้านบาท แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวเขาได้ก่อน ตนจึงได้เงินคืนมาจำนวน 1.3 ล้านบาท ตนจึงรู้สึกดีใจที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วย เพราะเงินทุกบาทเป็นเงินเก็บทั้งหมด และอยากให้เคสของตนเป็นตัวอย่าง ให้ประชาชนที่ไม่รู้เรื่องแบบตน ว่ามีมิจฉาชีพในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้น ตอนนี้ตนต้องระวังตัวมากขึ้น ทีแรกตนยังไม่คิดว่าจะถูกหลอกเพราะคิดว่าจะได้เงินคืนทั้งหมด แต่วันนี้ได้เงินคืนมาส่วนหนึ่งก็รู้สึกดีใจมากแล้วดีกว่าไม่ได้คืนเลยสักบาท
ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรไทรน้อยและเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกันหลายหน่วยงาน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าได้มีคนทำผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงประชาชนหรือสแกมเมอร์อ้างตัวว่าเป็นตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามการฟอกเงินโทรมาข่มขู่และเรียกรับทรัพย์สินมูลค่าทั้งหมด 4 ล้านบาทและวันนี้ได้นัดทางผู้เสียหายให้นำเงินมามอบจำนวนทั้งหมด 1,300,000 บาท วันนี้ทางตำรวจจึงได้ซ้อนแผนทำการจับกุมผู้กระทำความผิดได้ที่อำเภอไทรน้อยจังหวัดนนทบุรีได้ตัวผู้กระทำความผิดสัญชาติมาเลเซียได้ทำการหลอกลวงคนไทยพร้อมกับเงินของกลางจำนวน 1,300,000 บาทจึงดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันหลอกลวงประชาชน และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์จึงทำให้ประชาชนสูญเสียเงิน ตำรวจทุกหน่วยมีความปรารถนาดีประชาชนไม่อยากให้สูญเสียทรัพย์สินเงินทองและตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์มาหลอกลวงคนไทยให้เกิดความรู้สึกและสูญเสียผู้เสียหายในวันนี้เป็นเงินเก็บวัยเกษียณอายุราชการวันนี้อาจจะได้ไม่ครบแต่ก็ยังดีที่ได้คืนมาส่วนหนึ่งจำนวน 1,300,000 บาท ส่วนในคดีจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เบื้องต้นรับสารภาพว่าเดินทางมาจากต่างประเทศได้รับเงินค่าว่าจ้าง 5,000 บาทในเบื้องต้นแต่หลังจากทำความผิดสำเร็จแล้วจะได้เป็นเปอร์เซ็นต์แต่ไม่ทราบว่าเท่าไหร่ ผู้กระทำความผิดได้หลอกลวงผู้เสียหายไปรอบแรกวันที่ 4 ถัดมา 2 วันวันที่ 6 ได้หลอกลวงอีกครั้งหนึ่งส่วนวันที่ 5 มีอีกคนนึงจึงต้องทำการสืบสวนจับกุมต่อไป จึงอยากจะฝากเตือนประชาชนทุกคนในฐานะที่เป็นข้าราชการตำรวจไม่อยากให้ประชาชนหลงเชื่อที่โทรมาหาไม่ว่าวิธีการใดๆหลอกลวงว่ากระทำความผิดหลอกลวงว่าทำอะไรที่ไม่ถูกต้องแล้วจะมีการโอนเงินมีการให้นำทรัพย์สินมามอบให้ไม่มีนโยบายแบบนี้ครับตำรวจแห่งชาติถ้าพบการกระทำความผิดขอให้ประชาชนแจ้งกับหน่วยงานตำรวจที่ใกล้เคียงพื้นที่ของท่าน
เบื้องต้น Mr.TANERICZAN NIZAM ให้การปฏิเสธ และอ้างตนเองว่าเป็นเพียงแค่นักท่องเที่ยว ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ

