แพร่ – แม่/ยาย พร้อมทนายความ ขึ้นที่ว่าการอำเภอฯ หวังติดตามสอบถามความคืบหน้ากรณีปลัดฯลวงนักเรียนหญิงแพร่วัย 17 กระทำชำเราจนหนีออกจากบ้านไม่ยอมกลับ แต่ได้แค่ยืนถามอยู่หัวกระไดอำเภอ ระบุกรรมการสอบฝ่ายปกครองดูแค่ทางวินัยไม่เกี่ยวคดีอาญา กลุ่มทนายมองคดีไม่คืบ-เหมือนเกียร์ว่างรอให้เคลียร์
ความคืบหน้า กรณีมารดาของนักเรียนหญิงระดับมัธยมโรงเรียนดังแห่งหนึ่งในจังหวัดแพร่ได้เข้าพบ ร.ต.อ.นัฐพงษ์ แสงมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.สอง เมื่อบ่ายวันที่ 4 ก.พ. 69 ขอเร่งรัดดำเนินคดีปลัดอำเภอฯ หลังพาลูกสาวเข้าแจ้งความกล่าวโทษตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ว่าได้หลอกลวงบุตรสาว อายุ 17 ปี ไปกระทำชำเราที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง รวมทั้งได้พาบุตรสาวให้การต่อสหวิชาชีพและพนักงานสอบสวน สภ.สอง ไปแล้ว
แต่หลังจากนั้นปลัดอำเภอฯ ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหายังไม่หยุดพฤติกรรม ยังคงหลอกลวงบุตรสาวว่าจะอยู่กินฉันสามีภรรยาทำให้บุตรสาวหลงเชื่อ หนีออกจากบ้านไปไม่กลับมาบ้านอีกเลยไม่ทราบที่อยู่จนปัจจุบัน รวมทั้งวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษอีกครั้ง ซึ่ง ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ แสงมณี พนักงานสอบสวน สภ.สอง จังหวัดแพร่ เป็นผู้รับแจ้งความ
ล่าสุด 5 ก.พ.69 มารดาและยายของนักเรียนหญิงผู้เสียหาย พร้อมว่าที่ร้อยตรีภาคิน ชมภูพันธ์ ประธานธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ ในฐานะทนายความ ได้เข้าพบนายชูศักดิ์ ติยะจามร ปลัดอำเภอสอง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง (ปลัดอาวุโส) ในฐานะ ประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ที่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ตั้งขึ้นสอบสวนปลัดฯที่มีภรรยาทำงานอยู่ รพ.จังหวัดใกล้เคียงอยู่แล้ว ก่อเหตุลวงเด็กนักเรียนหญิง
อย่างไรก็ตาม มารดาผู้เดือดร้อนยืนสอบถามได้เพียงหัวบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของที่ว่าการอำเภอสอง โดยปลัดอาวุโสแจ้งว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่เกี่ยวกับความผิดทางอาญา ซึ่งได้ดำเนินการตามขึ้นตอนแล้ว ไม่ได้เอามาพิจารณาร่วมกัน ตอนนี้ย้ายปลัดฯที่ถูกกล่าวหาไปประจำอยู่จังหวัดแล้ว ถือเป็นการอยู่ในขั้นตอนสอบสวน
ส่วนมารดาของนักเรียนหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ ได้พยายามบอกกับประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยว่า ควรนึกถึงหัวอกของคนเป็นแม่บ้าง ลูกหายไปมันทุกข์ใจแค่ไหน ไปติดต่อที่ไหนหน่วยราชการไม่เคยให้ความร่วมมือหรือเป็นเพราะผู้เดือดร้อนเป็นประชาชนธรรมดา จากนั้นมารดานักเรียนหญิงยกมือไหว้ขอวอนให้ประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยได้โปรดเห็นใจประชาชนผู้เดือดร้อนด้วยเถิด
กลุ่มทนายความในจังหวัดแพร่ ดูข่าวดังกล่าวแล้วพากันให้ความเห็นตรงกันว่า "การหลอกเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18ปีไปเสพกาม และผู้กระทำยังดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอตามกฎหมายถือว่าร้ายแรงมาก หลังมีการสอบสวนเด็กจากสหวิชาชีพตามกฎหมายแล้วต้องเร่งดำเนินคดี ภายใน 15 วัน เพราะเป็นคดีอาญากระทำต่อเด็กและเยาวชน ส่วนต้นสังกัดคือกรมการปกครองควรมีคำสั่งหยุดราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน
กรณีนี้เหตุเกิดมานานกว่า 2เดือนแล้ว พนักงานสอบสวนยังไม่เรียกผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหา จึงอาจพิจารณาได้ว่า หน่วยงานทั้งตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ฝ่ายปกครองที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ จงใจถ่วงไม่ให้คดีคืบหน้า ทิ้งเวลาให้มีการเคลียร์กัน อย่างนี้ผู้ประสบเหตุจึงตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมที่พึ่งกระบวนการยุติธรรมไม่ได้อีกต่อไป

