กองปราบร่วมตำรวจป่าไม้ บุกทลายเหมืองลำน้ำแม่ขาน รวบอดีตทหารยศร้อยเอกเจ้าของ อ้างสนิทสนมนักการเมืองระดับชาติ เผยลอบขุดทรายมานานกว่า 19 ปี ชาวบ้านกลัวอิทธิพลไม่กล้าร้องเรียนหน่วยงานรัฐตรวจสอบ
วันนี้ ( 5 ก.พ.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป.และ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส.ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 เชียงใหม่, ตำรวจภูธร ภาค 5 และ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ชม.13 (สันป่าตอง) เข้าตรวจสอบเหมืองทรายเถื่อนในพื้นที่ ม. 7 ต.น้ำบ่อหลวง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ก่อนจับกุม ร้อยเอก อนันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 80 ปี เจ้าของที่ดิน และ เป็นผู้ว่าจ้าง รวมถึงกลุ่มคนงาน อีก 6 ราย พร้อมของกลาง รถแบคโฮ 2 คัน รถบรรทุก 3 คัน และ ใบจดรายการเที่ยวรถวิ่งทราย 1 ฉบับ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีผู้ลักลอบขุด ตัก และลอกทราย ในลำน้ำแม่ขาน ท้องที่ อ.สันป่าตอง รวมถึงยังมีการขุดลอกใต้แนวฝาย ส่งผลให้โครงสร้างฝาย เกิดความเสียหาย ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งอย่างรุนแรง บ้านเรือนและที่ดินของประชาชนซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ
หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส จนเชื่อว่า น่าจะมีการกระทำผิดตามที่ร้องเรียนจริง จึงประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ ร้อยเอก อนันต์ แสดงตัวเป็นเจ้าของที่ดิน พร้อมกลุ่มคนงานอีก 6 คน กำลังขับรถแบคโฮขุดตักทรายใส่รถบรรทุกและคอยจดบันทึกรายการเที่ยวรถวิ่งทราย
เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบเอกสารการขออนุญาตประกอบกิจการ พบใบอนุญาตหมดอายุ ประกอบกับ ขณะขนลำเลียงทรายออกจากพื้นที่ด้วยรถบรรทุกหกล้อไม่มีการคลุมผ้าใบหรือวัสดุป้องกัน ทำให้น้ำเสียและเศษทรายตกหล่นบนถนนสาธารณะตลอดเส้นทาง ส่งผลให้ถนนในชุมชนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ก่อให้เกิดมลภาวะฝุ่นละอองและเสียงดังรบกวนต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด รวม 7 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางซึ่งเป็นเครื่องจักรกลหนักและรถบรรทุกที่ใช้ในการกระทำความผิด รวมมูลค่าหลายล้านบาท
จากการสอบสวน ร้อยเอก อนันต์ ให้การยอมรับว่าได้ว่าจ้างให้มีการขุดตักและลอกทรายในพื้นที่จริง โดยอ้างว่าเป็นการขุดทรายที่ไหลมาทับถมจากเหตุอุทกภัย เพื่อนำไปจำหน่ายและนำเงินรายได้ไปใช้ในการก่อสร้างเขื่อนหรือแนวป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากแนวทางสืบสวน ทราบว่า เหมืองทรายแห่งนี้เป็นที่รับรู้ของชาวบ้านกันมาโดยตลอดว่า มีเจ้าของเป็นอดีตทหารนอกราชการ และมีเครือข่ายความสัมพันธ์กับบุคคลระดับสูงในแวดวงการเมืองและข้าราชการ ซึ่งประชาชนในพื้นที่มองว่าเป็นคนมีสีและเป็นผู้มีอิทธิพล ส่งผลให้กิจการเหมืองทรายดังกล่าวสามารถดำเนินการมาได้อย่างยาวนาน 19 ปี ตั้งแต่ปี 2550 โดยไม่เคยปรากฏว่าถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่พบว่าเหมืองทรายแห่งนี้ดำเนินกิจการอย่างเปิดเผย มีการใช้เครื่องจักรกลหนักขุด ตัก และลอกทรายเป็นประจำ แม้จะมีการร้องเรียนหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเรื่องกลับเงียบหายไป โดยไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการอย่างจริงจัง จนทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจว่า กิจการดังกล่าวอาจได้รับการคุ้มครองจากนักการเมืองบ้านใหญ่ หรือเครือข่ายอิทธิพลคนมีสี
ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ยังรับรู้กันว่า เจ้าของเหมืองทรายมีความสนิทสนมกับนักการเมืองข้าราชการระดับสูง และบุคคลสำคัญในกลุ่มการเมืองมากมาย ทำให้ไม่กล้าเข้าแจ้งความหรือร้องเรียนต่อหน่วยงานในพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกข่มขู่หรือถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ

