สหรัฐฯเผยวันอังคาร (3 ก.พ.) เครื่องบินขับไล่อเมริกันสอยร่วงโดรนอิหร่านที่พุ่งเข้าหาเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ขณะที่เรือพิฆาตฝ่ายตนได้เข้าแล่นประกบเรือบรรทุกน้ำมัน ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกเรือและโดรนอิหร่านไล่ตามและขู่ยึด อย่างไรก็ดี ทำเนียบขาวยังแสดงความเชื่อมั่นว่า การเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านจะเกิดขึ้นตามกำหนดการเดิมในวันศุกร์ (6) ท่ามกลางกระแสข่าววอชิงตันยอมเปลี่ยนสถานที่เจรจาตามที่เตหะรานต้องการ
นาวาเอกทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของกองบัญชาการทหารด้านกลางของสหรัฐฯ (US CENTCOM) ซึ่งเขตดูแลรับผิดชอบครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงเมื่อวันอังคาร (3) ว่า เครื่องบินขับไล่ F-35C ของสหรัฐฯ ยิงโดรนแบบ ชาเฮด-139 ของอิหร่านร่วง 1 ลำ เนื่องจากโดรนลำดังกล่าวบินตรงดิ่งเข้าหาเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์นโดยไม่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน
ฮอว์กินแถลงว่า ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง เรือ 2 ลำของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และ โดรนโมฮาเจอร์ ของอิหร่าน ได้แล่นเข้าหาเรือบรรทุกน้ำมัน เอ็ม/วี สเตนา อิมเพราทีฟ ที่ติดธงชาติอเมริกัน ด้วยความเร็วสูงในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และขู่เข้ายึดเรือ ทว่า เรือพิฆาตแมคฟอล ของสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในบริเวณดังกล่าว ได้เข้าประกบพร้อมการสนับสนุนทางอากาศและนำเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางต่ออย่างปลอดภัย
แวนการ์ด เทค บริษัทรักษาความปลอดภัยทางทะเลของอังกฤษ รายงานว่า เรืออิหร่านสั่งให้เรือสเตนา ดับเครื่องและเตรียมพร้อมเข้ายึดเรือ แต่เรือสเตนา กลับเร่งความเร็วและแล่นต่อไป แวนการ์ดยังยืนยันว่า เรือสเตนาไม่ได้อยู่ในน่านน้ำอิหร่าน
ทว่า สำนักข่าวฟารส์ของทางการอิหร่านกลับรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวเข้าสู่น่านน้ำของอิหร่าน ดังนั้น อิหร่านจึงแจ้งเตือนให้ออกจากบริเวณนั้นทันที
ที่กรุงวอชิงตัน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์ทีวีฟ็อกซ์นิวส์ในวันอังคาร โดยแสดงความคาดหวังว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ จะเจรจากับผู้แทนจากอิหร่านตามกำหนดเดิมในช่วงปลายสัปดาห์นี้ แม้เกิดการเผชิญหน้าทางทะเล 2 เหตุการณ์ดังกล่าวก็ตาม
ทั้งนี้ วอชิงตันและเตหะรานตกลงเปิดเจรจาหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่หลายครั้งว่า จะใช้ปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน ขณะที่เตหะรานเตือนว่า พร้อมตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือและฐานทัพอเมริกันในตะวันออกกลาง
อเมริกาได้ทิ้งระเบิดโจมตีพวกสถานที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่านในสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลเมื่อกลางปีที่แล้ว และเวลานี้ได้ส่งกองเรือรบขนาดใหญ่กลับไปยังน่านน้ำตะวันออกกลางอีกครั้ง โดยอ้างเหตุเรื่องที่เตหะรานปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรงในเดือนม.ค. จากนั้นก็เปลี่ยนมาย้ำเรื่องต้องการให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ
สื่อตะวันตกอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่อิหร่าน 6 คนระบุว่า ผู้นำอิหร่านกังวลมากขึ้นว่า การโจมตีของอเมริกาอาจทำลายการยึดกุมอำนาจของเตหะรานโดยผลักดันให้ประชาชนที่โกรธแค้นออกไปชุมนุมบนท้องถนนอีกครั้ง
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านซึ่งกำลังจะเริ่มต้นขึ้นนี้ กำหนดนัดหมายกันไว้ในวันศุกร์ กระนั้น ทรัมป์ยังคงปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ในการใช้ปฏิบัติการทางทหาร โดยขู่ว่า อาจเกิดเหตุการณ์เลวร้ายถ้าไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ขณะที่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ก็ยืนกรานว่า อิหร่านจะเจรจาในสภาพที่ปราศจากการข่มขู่เท่านั้น รวมทั้งจะไม่ยอมเจรจาเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธทิ้งตัวหรือศักยภาพในการป้องกันประเทศ
ด้านผู้สื่อข่าวของแอกซิออส เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ในสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในอาหรับว่า คณะบริหารของทรัมป์ตกลงตามคำขอของเตหะรานที่ต้องการเปลี่ยนสถานที่เจรจาจากอิสตันบูลในตุรกี ไปยังประเทศโอมาน ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเจรจาครั้งที่แล้ว แต่ยังคงถกเถียงกันอยู่ว่า จะเปิดให้ประเทศอาหรับและมุสลิมอื่นๆ ในภูมิภาคเข้าร่วมหารือด้วยหรือไม่
แหล่งข่าวอีกคนเผยว่า จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขตของทรัมป์ จะร่วมเจรจาด้วย ขณะที่ทางฝ่ายอิหร่านส่งอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นตัวแทนหารือ
ขณะเดียวกัน นักการทูตในตะวันออกกลางผู้หนึ่งเผยว่า เตหะรานต้องการจำกัดการหารือเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์ ขณะที่วอชิงตันต้องการรวมประเด็นอื่นๆ เช่น การลดขนาดคลังขีปนาวุธทิ้งตัว และการยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธที่เป็นตัวแทนของอิหร่านในตะวันออกกลาง
(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์)

