'ปฏิพล อภิญญาณกุล' นักเขียนดัง วิเคราะห์ท่าทีฮุนเซนเสริมกำลังพล-อาวุธหนักต่อเนื่อง ชี้ชัดไม่ได้แค่ขู่ แต่กำลังรอ 'จุดสลบ' การเมืองไทย หากทหารแตกแยกเมื่อไหร่ พร้อมบุก 'กินหมู' ทันที เตือนสติฝ่ายการเมืองหยุดด้อยค่ากองทัพก่อนสูญเสียความมั่นคง
วันนี้ (4 ก.พ.) นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Padipon Apinyankul" วิเคราะห์ท่าทีเขมรกับการเมืองไทย ชี้ กัมพูชาภายใต้การนำของฮุนเซน กำลังเสริมกำลังทหารและอาวุธตามแนวชายแดนไทยอย่างผิดปกติ โดยมีจุดประสงค์สำคัญคือ "การรอคอยจังหวะที่เหมาะสม" เพื่อชิงความได้เปรียบ ซึ่งเงื่อนไขที่ฮุนเซนเฝ้ารอดูมี 2 ปัจจัยหลัก 1.ความอ่อนแอภายในกองทัพไทย 2.ทิศทางพรรคการเมืองไทย ทั้งนี้ นายปฏิพล ได้ระบุข้อความว่า
"น่าตั้งคำถามว่า ทำไมกัมพูชาถึงมีการเสริมกำลังพล และเคลื่อนย้ายอาวุธอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการสร้างป้อมโจมตีและขุดคูเลตยาวหลายกิโลเมตร ใกล้แนวชายแดนไทย . แน่นอนลักษณะเช่นนี้ คือกัมพูชาเตรียมพร้อมที่จะเปิดสงครามใหม่ครั้งที่ 3 . แต่ทำไมถึงไม่เปิดสงครามเลยทันที พวกเขากำลังรออะไร ? ฮุนเซ็น ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสา ไม่ใช่เด็กที่ฟันแท้พึ่งขึ้น เขาผ่านเขี้ยวผ่านสนามจนเจนจัด และรู้ปัญหาการเมืองของไทยดีคนหนึ่ง
ฮุนเซ็นรู้ว่าในไทย เขาจะคุยกับใครได้ และคุยกับใครไม่ได้ ..
การขยับกองกำลังและเสริมอาวุธเข้ามาใกล้แนวชายแดน เป็นขั้นตอนมองอนาคตเตรียมตัวจะเปิดสงครามครั้งใหม่ เมื่อเวลานั้นมาถึง
เมื่อเวลานั้นมาถึง หมายถึงเวลาที่การเมืองเปิดแผลความขัดแย้งกับทหารขึ้น หรือการเมืองด้อยค่าทำลายขวัญทหารให้อ่อนแอลง
ฮุนเซ็นมองออก พรรคการเมืองไหน ที่ด้อยค่าทหาร ใช้วาทะกรรมเพื่อ "#แยกทหารออกจากกัน" แยกพลทหารออกจากนายทหาร . ปลุกปั่นพลทหารหรือทหารผู้น้อย ให้ปฏิเสธทหารผู้กอง ผู้พัน และนายพล ถ้าทหารผู้น้อยแตกแยกออกจากกองทัพเมื่อใด เวลานั้นแหละคือสงครามครั้งใหม่ ฮุนเซนก็จะเข้ามา "เคี้ยวของหมู ๆ" ขณะเดียวกันฮุนเซนก็พร้อมให้กองกำลังหยุดอยู่กับที่ และพร้อมถอยกลับ เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ..
เวลาหนึ่งที่ว่า ก็คือเวลาที่พรรคการเมืองสีน้ำเงินชนะเลือกตั้ง เพราะผลแห่งความแพ้พ่ายในอดีตหยก ๆ คือบาดแผลสดที่ฮุนเซน "แพ้หนู" มาอย่างราบคาบ แพ้ทั้งในสนามรบชายแดน และแพ้ทั้งในสนามชี้แจงนานาชาติ ขณะนี้เขมรเตรียมการล่วงหน้าเสริมกำลังเต็มที่ตรงชายแดน ปักหลักเฝ้าดูเหตุการณ์การเมืองภายในของไทย ว่าจะขยับเข้ามา "กินหมู ๆ" หรือจะหยุดตรงแค่เขตแดน อย่างหวาดหวั่นพิจารณาอย่างเคร่งเครียด เพราะ "แพ้หนู" มาแล้ว
...
การเมืองไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่คือความมั่นคงด้วย
ไม่มีความมั่นคง แล้วจะมีเศรษฐกิจได้อย่างไร"

