“ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค”ในนามของกลุ่มพลเมืองรอมชอม พร้อมด้วย “เอ๋ นรินทร ณ บางช้าง” และ “สุเมธ องอาจ”ได้ร่วมมือกันจัดงาน “สดุดีวีรชนทหารกล้า” ในชื่อ “เกียรติยศแห่งชัยชนะ” เนื่องในวันทหารผ่านศึก ปี 2569 ณ บริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
โดยบรรยากาศภายในงาน มีเหล่าศิลปินดารามาร่วมสร้างสีสันมากมาย อาทิ หรั่ง ร็อกเคสตร้า, สุเมธ องอาจ, ต๊งเหน่ง, แอม เสาวลักษณ์ ลีละบุตร, ตอง ภัครมัย โปตระนันท์, ม้า อรนภา กฤษฎี, เกลือ กิตติ เชี่ยววงศ์กุล รวมถึง พลโท วันชนะ สวัสดีหรือ ผู้พันเบิร์ดนอกจากนี้ยังมีประชาชนคนไทย มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ซึ่งงานนี้ก่อนที่จะขึ้นเวที ดี้ นิติพงษ์,เอ๋ นรินทร,เจี๊ยบ วัชระ ปานเอี่ยม และ แต๋ง ภูษิต ไล้ทอง ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อมวลชน ถึงจุดประสงค์ของการจัดงานในวันนี้ (3 ก.พ.) ว่าอยากจะทำเพื่อเป็นการตอบแทนความเสียสละของทหารหาญทุกท่าน และเพลงที่นำมาร้อง ก็ล้วนเป็นเพลงที่ให้เกียรติ และปลุกความรักชาติ
ดี้ : “มันเริ่มจากความฉุกละหุกมาก เริ่มจากความคิดอันชั่ววูบเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์กว่าๆ ว่าวันที่ 3 เป็นวันทหารผ่านศึก ก็คุยๆ กันว่าเออๆ แล้วใครทำ มึงมีปัญญาเหรอ อะไรแบบนี้ ก็บอกว่าไม่มีหรอก เดี๋ยวลองถามปองดู เพราะเป็นน้องที่สนิทกัน พอไอเดียนี้ถึงพี่ปอง เขาก็บอกว่าดีเลย เดี๋ยวจะลองหาดูว่าจะมีใครร่วมมือกันได้บ้าง เพราะพี่ปองเขาได้ต้นทุนเริ่มแรกประมาณ 460,000 บาท พอเริ่มว่าจะจัดอะไรได้บ้าง มีคอนเทนต์ยังไง ก็เริ่มมีการติดต่อ ซึ่งคนที่ติดต่อก็เพื่อนเราทั้งนั้น ก็ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมมือกับเรา รวมถึงน้องๆ ที่มาวันนี้ด้วย
น้องๆ นักร้องก็เชิญหลายคน แต่บางคนติดงาน ในที่สุดก็ได้มาตามที่เห็น ประมาณ 10 ท่าน แต่จริงๆ เราก็อยากได้ประมาณนี้แหละ เพราะเวลาเราไม่เยอะ ให้ร้องได้แค่คนละเพลง 2 เพลง ต้องเลิกตอน 3 ทุ่ม เนื่องจากแถวนี้มีโรงพยาบาลเยอะ ที่มาวันนี้ก็มี หรั่ง ร็อกเคสตร้า, สุเมธ องอาจ, ต๊งเหน่ง, แอม เสาวลักษณ์, ตอง ภัครมัย ฯ
อยากสดุดีเหล่าทหารกล้าทุกนาย ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และเสียชีวิตไปแล้ว รวมถึงทหารชายแดนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วย
ดี้ : “ใช่ คือเป็นประสงค์ที่ชัดเจนตั้งแต่แรก ตั้งใจที่จะแสดงความรู้สึกขอบพระคุณผู้ที่เสียสละ ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งมาในงานนี้ อาจจะมีสูญเสียแขนขาบ้าง เป็นทหารผ่านศึกที่ยังมีชีวิตอยู่ และครอบครัวของผู้ที่มีอัฐิอยู่ในอนุสาวรีย์แห่งนี้ เราอยากจะขอแสดงความขอบคุณด้วยใจ ในนามของประชาชนคนไทยคนหนึ่ง พวกเราเลยเต็มใจมาทำสิ่งนี่ร่วมกัน อยากให้ทุกคนร่วมใจกันมาทำให้ปีนี้มันยิ่งใหญ่ที่สุด”
เอ๋ : “บรรยากาศวันนี้ก็จะชิลๆ มากๆ ทุกคนที่มาร่วม อย่างประชาชนเขาก็จะเอาดอกป๊อปปี้ไปปักไว้ตามบอร์ด ก็เป็นภาพที่เราอยากเห็น มันเป็นการแทนคำขอบคุณจากหัวใจของพวกเราชาวไทย ถ้าไม่มีพี่ๆ ทุกท่านเหล่านี้ ที่มีชื่ออยู่ในฐาน วันนี้เราจะได้มายืนอยู่ตรงนี้ไหม ไม่มีทาง”
ดี้ : “ไม่มีทาง เราจะออกไปรบกันเองเหรอ ไม่มีทาง แล้วเพลงจะร้องวันนี้ ก็คงไม่ใช่เพลงลั้ลลา พูดเรื่องอื่น เราจะเน้นไปที่เพลงที่ประทับใจและให้เกียรติ ทั้งเพลงที่เข้มข้นและปลุกเร้าความรู้สึกรักชาติ ระลึกถึงทหาร แล้วหลายๆ เพลงเราอาจจะเคยได้ยินมาจากไหนสักแห่ง แต่ไม่เคยมีใครร้อง เราก็เอามาร้อง แล้วทุกคนจะได้ฟังเห็นพร้อมไปกับแสงและภาพ ที่ฉายบนตัวอนุสาวรีย์ ตั้งแต่สูงสุด จนถึงล่างสุด มีรายชื่อของ 42 ผู้เสียสละอยู่บนนั้น อยากให้มาเห็นภาพนี้ด้วยตาตัวเอง”
แต๋ง : “เราใกล้ชิดกับทหารมาตลอดชีวิตเรา เราได้ยินเรื่องของทหารหาญเหล่านี้มาโดยตลอด แล้วก็ได้ยินเรื่องวันทหารผ่านศึกมาโดยตลอด แต่เราไม่รู้ว่าเราจะทำอะไรเพื่อท่านเหล่านั้น แต่ปีที่แล้วมันมีเหตุการณ์ใกล้ชายแดนเรา เรารู้สึกว่ามันใกล้ตัวมาก ผมไม่เคยคิดว่าช่วงชีวิตเราจะมีศึกมาประชิดและสู้กันขนาดนี้ แล้วมีทหารเสียชีวิต เราทราบถึงครอบครัวของเขาที่โศกเศร้าเสียใจ มันสะท้อนใจว่าถ้าเป็นชีวิตเรา เป็นครอบครัวเรา จะเป็นยังไงบ้าง
เราได้ยินมาตลอดชีวิต แต่เราไม่เคยให้ความสำคัญ วันนี้พวกเราศิลปินเลยคิดว่าจะทำอะไรได้บ้าง ในหน้าที่ของพวกเราเอง ดอกป๊อปปี้เราก็ซื้อมาแล้วเก็บไว้ที่บ้านบ้าง ไม่ได้มีความหมายอะไร แต่วันนี้มันมีความหมายสำหรับพวกเรามาก วันนี้เดินเข้ามาในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้มาเห็นรายชื่อของทหารที่เสียชีวิตในศึกต่างๆ เห็นกระดูกที่ถูกบรรจุไว้ มันรู้สึกว่ามันวังเวง มันขลังมาก
วันนี้มีโอกาสมาทำ ก็เป็นความภูมิใจของพวกเราศิลปิน ที่อาชีพมันไกลจากทหารมาก แต่เราหน้าที่เพื่อลำลึกถึงคนเหล่านั้น และอยากให้คนไทยทุกคนที่มีชีวิตอย่างผาสุก ลองคิดถึงพวกเขา ไม่มีใครหรอกที่อยากเดินเข้าไปในสนามรบ แล้วบอกว่ายินดีตาย แต่พวกท่านเหล่านั้นทำหน้าที่นี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็มีความภาคภูมิใจจริงๆ ครับ ที่ได้มีโอกาสมาเล่นดนตรีร้องเพลงให้ประชาชนได้ฟัง เพลงต่างๆ มีความหมายอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงทหารผ่านศึกทุกๆ คน ที่เสียชีวิตไปแล้ว และที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ครับ”
กิจกรรมต่อๆ ไปยังไม่รับปาก เพราะไม่ได้เป็นหน่วยงานที่มีงบ แค่นี้ก็รบกวนคนอื่นมากแล้ว
ดี้ : “อันนี้เรายังไม่รับปาก เพราะว่าเราจัดงานนี้ขึ้นมา ก็รบกวนพวกเพื่อนฝูงมากแล้ว หลายฝ่าย เราไม่ได้เป็นหน่วยงานอะไร ไม่ได้เป็นราชการมีงบประมาณอะไร”
เจี๊ยบ : “นี่เรารบกวนไปถึงทหาร ตำรวจ กทม. หมดเลย”
ดี้ : “เราไม่ใช่คนมีเงินถุงเงินถัง แต่ที่เราทำก็ให้เป็นครั้งแรก ครั้งต่อไปก็อาจจะมีคนทำต่อ สานต่อ”
เจี๊ยบ : “ก็เชิญชวนแล้วกัน ถ้าใครมีความคิดอย่างเรา ทำหน้าที่ของท่านเพื่อให้สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่ อาจจะปีหน้า ปีถัดไป มาร่วมมือช่วยกันได้ พวกเราศิลปินก็ยินดีปฏิบัติหน้าที่ของพวกเรา เพื่อทหารหาญทั้งครับ”

