xs
xsm
sm
md
lg

สานต่อต้นกล้าลิเกเด็ก จัดอบรมลิเกวัยเยาว์เสริมรากฐานเมืองลิเก มุ่งสู่มรดกโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อ่างทอง – จังหวัดอ่างทองเดินหน้าสืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทย จัดกิจกรรมบ่มเพาะ “ต้นกล้าลิเกอ่างทอง” หรือการอบรมลิเกวัยเด็ก เพื่อวางรากฐานการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม สร้างเยาวชนรุ่นใหม่ให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของเมืองลิเก พร้อมผลักดันลิเกอ่างทองสู่การเป็นมรดกโลกในอนาคต

วันนี้ ( 3 ก.พ.) บริเวณอุโบสถวัดขุนอินทประมูล ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมบ่มเพาะต้นกล้าลิเกอ่างทอง (อบรมลิเกวัยเด็ก) ให้แก่เยาวชนจาก 5 โรงเรียนในจังหวัดอ่างทอง ได้แก่ โรงเรียนชุมชนวัดปราสาท โรงเรียนเทศบาล 1 วัดต้นสน โรงเรียนอนุบาลวัดอ่างทอง โรงเรียนวัดสระแก้ว และโรงเรียนวัดราชปักษี

โดยได้รับเกียรติจากบรมครูศาสตร์ลิเกไทย จากคณะพงษ์ศักดิ์ สวนศรี และคณะลิเกชื่อดัง ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านลิเกไทยอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ประวัติศาสตร์และพัฒนาการของลิเก การพัฒนาทักษะการร้องรำ การแสดง ไปจนถึงการด้นกลอนตามแบบแผนลิเก เพื่อเสริมสร้างพื้นฐานและปลูกฝังความภาคภูมิใจในศิลปะการแสดงพื้นบ้านให้แก่เยาวชน

ทั้งนี้ เยาวชนที่เข้าร่วมการอบรมจะมีโอกาสร่วมแสดง “ลิเกวัยเด็ก” ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ทั้งในและนอกจังหวัดอ่างทอง เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดในฐานะ “อ่างทองเมืองลิเก” ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ด้าน นายทัศนัย สุธาพจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า จังหวัดอ่างทองได้ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ลิเกอ่างทองมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ลิเก 3 วัย” เพื่อให้ทั้งคนในและนอกพื้นที่รับรู้ว่า หากต้องการศึกษาและเรียนรู้เรื่องลิเก ต้องมาที่จังหวัดอ่างทอง

นอกจากนี้ จังหวัดยังได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ในการจัดทำองค์ความรู้และหลักสูตรลิเกออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวาง สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมให้ซึมซับอยู่ในวิถีชีวิตของคนอ่างทอง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี พ.ศ. 2570 จังหวัดอ่างทองมีแนวทางยื่นเอกสารต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) เพื่อผลักดันให้อ่างทองเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ทั้งในด้าน “ลิเก” และ “กลองเอกราช” พร้อมขับเคลื่อนลิเกไทยสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไป








กำลังโหลดความคิดเห็น