กกต.ยอมรับผิดเลือกตั้งล่วงหน้าพัง อ้างไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ แต่เจอโซเชียลถล่มยับพร้อมใจตะเพิดให้ลาออกยกชุด ชี้แค่คำขอโทษไม่สามารถชดใช้ความเสียหายของเสียงประชาชนได้
ควันหลงเกี่ยวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เต็มไปด้วยปัญหายังมีให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเสียงวิจารณ์ถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แม้ว่านายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะออกมาแถลงขอโทษในความผิดแล้วก็ตาม ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายแสวง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า หลังปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง สส. ต้องไปแถลงข่าว มีสิ่งที่ต้องพูดแต่ไม่ได้พูด อาจแต่มัวกังวลกับจะต้องขอโทษในสิ่งที่ผิดหลงระหว่างการลงคะแนน ลงจากเวทีจึงคิดได้ว่าเราพลาดสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำบนเวที คือ คำขอบคุณ สำหรับบุคลดังต่อไปนี้ 1.กปน.และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ที่เป็น “ประชาชนกึ่งอาสา” ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะ ท่านทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว แม้จะมีบางส่วนไม่เข้าใจ หรือสำคัญผิด หรือ ไม่รู้ในบางเรื่อง ได้ตำหนิ เกรี้ยวกราด ตั้งข้อสังเกต เพราะมาทำหน้าที่สำคัญนี้กับ สนง กกต ในส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของ สนง เอง ขออย่าให้ท่านเสียกำลังใจ หันหลังให้กับงานสำคัญของชาติ
2.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก ทำให้การการเลือกตั้งล่วงหน้า สส. มีบรรยากาศที่คึกคัก ส่งผลต่อการกระตุ้นให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิในวันที่ 8 ก.พ. มากขึ้น แม้จะมีความไม่สะดวกอยู่บ้าง 3.ผู้สมัคร พรรคการเมือง ผู้สังเกตการณ์ ที่ได้ร่วมติดตาม ตรวจสอบ การลงคะแนน การปฏิบัติหน้าทีของพนักงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม
นายแสวง กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ส่วนข้อกล่าวหาในระหว่างการลงคะแนน และหลังการลงคะแนนมีข้อกล่าวหาตามมาพอสมควร เรารับฟังเสมอ เพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนา แก้ไขให้ดีขึ้น แต่บางข้อกล่าวหาเป็นการพูดลอยๆ ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โดยไม่ได้ระบุอะไรมาเลย ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปได้
"ความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องที่ใครก็อยากจะเห็น โดยเฉพาะงานสำคัญของชาติ แต่เราจะหาความสมบูรณ์แบบได้จากที่ใหน เก่งแค่ใหน วัยวุฒิดีอย่างไร ก็ผิดพลาดได้ แต่การเอาคนมาทำงานร่วมกันที่เป็นประชาชน อีกฝั่งมี 1 ล้านร่วม 2 ล้าน อีกฝั่งมี 53 ล้านคน ย่อมมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่เราจะทำให้ดีที่สุดในจุดที่ต่ำสุดที่สังคมรับได้และจะพยายามให้เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด"
อย่างไรก็ตาม ปรากฎว่าในเวลาต่อมาต่อมา นายแสวง ได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊ก
ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรียกร้องให้กกต.แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก โดยระบุว่า หน้าที่ของคุณมีอยู่อย่างเดียว คือการเลือกตั้งให้โปร่งใส เป็นธรรม และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แต่พอถึงช่วงเลือกตั้งทีไรมีปัญหาทุกที ทั้งที่งบประมาณจัดการเลือกตั้งไม่ใช่น้อยๆ มีการอบรมมาก่อน ดังนั้น ดิฉันคิดว่าหลายๆ อย่างมองว่าเป็นความผิดพลาดได้ แต่หลายอย่างมันเกิดจากความตั้งใจ
สำหรับกรณีที่นายแสงออกมาขอโทษนั้น นางสาวรักชนก ตอบโต้ว่า “คุณไม่ควรขอโทษ คุณควรลาออก ถ้าจัดเลือกตั้งมาแล้ว 3 ครั้ง ไม่สามารถทำให้เป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม คุณจะทำอย่างไรกับคะแนนของประชาชนที่เขาบากบั่นไปกา เจตจำนวนของเขา เขาใส่มาให้พรรคการเมือง เขาใส่มาให้แล้ว แต่มันไม่ถูกนับเพราะความผิดพลาดของ กกต.”
น.ส.รักชนก ย้ำว่า สส. 1 คนคือมือที่จะไปโหวตกฎหมายในสภา คือเสียงที่จะไปขานชื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ขาดไป 1 คะแนน ขาดไป 1 เสียงก็คือนัยยะสำคัญ ว่าเราจะได้นายกฯ คนที่เราอยากจะได้หรือไม่ หรือเราจะได้กฎหมายในแบบที่เราอยากจะออกหรือไม่ หมายถึงเงิน 4 ล้านล้านบาทต่อปี คือการบริหารราชการที่จะเข้าไปใช้ทรัพยากรรัฐไปทำอะไร
“กกต. พูดพล่อยๆ แบบนี้ไม่ได้ แล้วแค่ขอโทษไม่ได้ ประชาชนต้องการเห็นคนถูกลงโทษ” น.ส.รักชนก กล่าว
ขณะที่ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้ส่งตัวแทนไปสังเกตการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และการลงคะแนนเสียงของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า ใน 16 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง เฉพาะที่เลือกตั้งกลางที่มีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าสูงกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าในการเลือกตั้งปี 2566 เกินกว่าร้อยละ 50 ตามที่ศูนย์แจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง พบว่า มีบางจังหวัด บางเขต มีผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก พบข้อสังเกตดังนี้ การปิดป้ายประกาศหน้าที่เลือกตั้งกลางแต่ละแห่ง ไม่เป็นไปตามแบบแผนเดียวกัน บางแห่งปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อแยกออกจากกัน แต่บางแห่งปิดประกาศรวมอยู่ในป้ายหน้าหน่วย ทำให้ผู้มาใช้สิทธิ์เกิดความสับสน และเกิดปัญหาการจดจำหมายเลขผู้สมัครสลับกัน ในหลายหน่วยเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง มีการปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือใบ ส.ส. 4/14 ไม่ครบถ้วน เช่น กรณีนายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขต 2 ไม่มีรายชื่อปรากฏอยู่

