"สุณัย" ร่วมคณะผู้ช่วยทูตทหาร บุกกาสิโนรอยัลฮิลล์ ช่องโอร์เสม็ด ดูอาณาจักรสแกมเมอร์ พบสาหัสกว่าที่คิด ชี้อยู่รอดได้นานนับปีเพราะอำนาจรัฐบาลกัมพูชาหนุนหลัง จี้ยกระดับเป็นภัยคุกคามโลก พร้อมจับตากัมพูชาปราบจริงหรือแค่เล่นละคร หลังพบไม่ให้ความร่วมมือเคสเหยื่อคนไทย
วันที่ 2 ก.พ.นายสุณัย ผาสุข นักวิชาการอาวุโสจากองค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) เปิดเผยถึงความรู้สึกหลังจากได้ร่วมคณะผู้ช่วยทูตทหาร 20 ประเทศ ดูแหล่งทำงานของแก๊งสแกมเมอร์ ภายในกาสิโนรอยัลฮิล พื้นที่โอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามข่องจอม จ.สุรินทร์ ว่า จะต้องมีการรวบรวมหลักฐานเพื่อยกระดับเรื่องของสแกมเมอร์ว่าไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือแค่เพียงภูมิภาคอาเซียน แต่เป็นการคุกคามไปทั่วโลก ทั้งการจับคนมาเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และมุ่งเป้าไปยังพลเมืองแต่ละประเทศ ต้องหมดตัวเป็นหนี้สิน ซึ่งวันนี้ได้เดินทางมาเห็นสถานที่จริงมีความรู้สึกว่าร้ายแรงกว่าที่คิด ในฐานะที่ทำเรื่องนี้มาตลอดไม่คิดว่าจะสาหัสขนาดนี้ เพราะมีการจัดการที่เป็นระบบและการนำคนเข้ามาสู่เครือข่ายอาชญากรรมสแกมเซ็นเตอร์มีจำนวนมากกว่าที่คิดไว้
“จุดที่ชัดที่สุดคือสถานที่นี้อยู่มาได้นานนับปี ถ้าไม่มีอำนาจรัฐในฝั่งกัมพูชาหนุนหลังและสนับสนุนอยู่ อาชญากรรมแบบนี้ไม่สามารถเติบโตได้รวดเร็ว และกว้างขวางขนาดนี้ “
นายสุนัย กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ไทยและกัมพูชามีการเชิญหน้ากันทหารไทยจึงได้ใช้จังหวะนี้เคลียร์พื้นที่ควบคุมของทหารไทย จึงมีการตั้งคำถามว่าในพื้นที่ของกัมพูชา และการปราบปรามที่รัฐบาลกัมพูชา ที่พูดว่ากำลังเริ่มในขณะนี้จะเป็นแค่การเล่นละคร หรือทำอย่างต่อเนื่องจริงจังก็ต้องรอดู แต่เหมือนว่ากัมพูชาจะทำเฉพาะพื้นที่ประเทศที่มีอิทธิพลต่อกัมพูชาคือจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งมีใบสั่งให้กัมพูชาต้องปราบปรามสแกมเซ็นเตอร์ แต่ในส่วนสแกมเซ็นเตอร์ที่เป็นคนไทยดูเหมือนฝั่งกัมพูชาไม่ได้ให้ความร่วมมือ

