ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นนัยๆ ว่า เขาอาจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย ขณะที่รัฐบาลของเขาได้ขยายระยะเวลาประกาศใช้กฎอัยการศึกและการเรียกระดมพลทั่วไปออกไปอีก 3 เดือน ซึ่งถือเป็นการขัดขวางการเลือกตั้งระดับชาติอีกครั้ง
ในการสัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Cesky rozhlas ของสาธารณรัฐเช็กซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (30 ม.ค.) เซเลนสกี รับทราบถึงความตึงเครียดภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขาดแคลนกำลังพลในสนามรบ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชายวัยเกณฑ์ทหารที่อาศัยอยู่ต่างแดนพิจารณาเดินทางกลับมาช่วยแบ่งเบาภาระของกองกำลังแนวหน้า
เขายังกล่าวอีกด้วยว่า การเจรจาสันติภาพกับรัสเซียซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และยุโรป อยู่ในช่วงที่ "ยากลำบากที่สุด" แล้ว
เมื่อถูกถามตรงๆ ว่า เขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยหรือไม่? เซเลนสกี กล่าวว่า “ผมไม่รู้ มันขึ้นอยู่กับว่าสงครามนี้จะจบลงอย่างไร”
เมื่อถูกพิธีกรถามย้ำว่า เขาเคยคิดที่จะลงสมัครอีกครั้งหรือไม่ เซเลนสกี ตอบว่า “บางครั้งผมก็คิด”
ความคิดเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่รัฐสภายูเครนอนุมัติร่างกฎหมายของ เซเลนสกี ในเดือน ม.ค. เพื่อขยายกฎอัยการศึกและการเรียกระดมพลทั่วไปออกไปอีก 90 วัน โดยมีผลตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. จนถึงเดือน พ.ค. และนั่นเท่ากับปิดประตูการเลือกตั้งอีกครั้ง
นักวิจารณ์ชี้ว่า การขยายเวลาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ เซเลนสกี อยู่ในอำนาจเกินวาระ ซึ่งอันที่จริงเขาควรจะพ้นตำแหน่งผู้นำยูเครนไปตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2024
รัฐบาลรัสเซียตราหน้าเขาว่าเป็นผู้นำยูเครนที่ “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก็เคยเรียก เซเลนสกี เมื่อปีที่แล้วว่าเป็น “เผด็จการที่ไม่มีการเลือกตั้ง”
เมื่อเดือน ธ.ค. เซเลนสกี อ้างว่าการเลือกตั้งจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายและการรับประกันความปลอดภัยจากบรรดาชาติตะวันตก ต่อมาในเดือนเดียวกัน เดวิด อาราคาเมีย หนึ่งในผู้นำพรรครัฐบาลผสมยูเครน กล่าวว่า ทางการกำลังพิจารณาการเลือกตั้งแบบผสมผสาน ซึ่งอาจรวมถึงการเลือกตั้งออนไลน์
ผลสำรวจโดยสถาบันสังคมวิทยานานาชาติเคียฟ (Kiev International Institute of Sociology) แสดงให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นในตัว เซเลนสกี ลดลงเมื่อปีที่แล้ว ท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต ขณะที่สื่อตะวันตกชี้ว่า คดีทุจริตรับสินบนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทพลังงานนิวเคลียร์ เอเนอร์โกอะตอม (Energoatom) มีส่วนทำลายชื่อเสียงของ เซเลนสกี
รายงานจาก Ipsos ในเดือน ม.ค. ระบุว่า วาเลรี ซาลูซนี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำสหราชอาณาจักร มีคะแนนนิยมนำหน้า เซเลนสกี ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยสมมติ โดยได้รับคะแนนสนับสนุนประมาณ 23% เทียบกับประมาณ 20% สำหรับประธานาธิบดีคนปัจจุบัน แม้ว่า ซาลูซนี จะกล่าวว่าตนไม่มีแผนลงสมัครรับเลือกตั้งก็ตาม
ที่มา: RT

