ไต้หวันประสบความสำเร็จในการทดสอบ “Narwhal" ซึ่งเป็นเรือดำน้ำที่พัฒนาและต่อขึ้นเองในประเทศลำแรก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในโครงการยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศเพื่อป้องปรามกองทัพเรือจีน และปกป้องเส้นทางเดินเรือสำคัญในกรณีที่เกิดสงคราม
บริษัท ซีเอสบีซี คอร์ปอเรชัน (CSBC Corp) ของไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้นำในการก่อสร้างเรือดำน้ำแถลงว่าเรือดำน้ำฯ ได้เสร็จสิ้นการทดสอบเดินเรือใต้น้ำในระดับน้ำตื้นบริเวณนอกชายฝั่งเมืองเกาสยง ทางตอนใต้ของเกาะไต้หวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทางบริษัทระบุว่า โครงการนี้ต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายมากมายจากสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศและแรงกดดันจากจีน แต่ก็สามารถบรรลุผลสำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ รวมถึง สหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ ซึ่งถือเป็นการทะลุขีดจำกัดทางการทูตของไต้หวัน
ไต้หวันตั้งเป้าที่จะประจำการเรือดำน้ำที่ผลิตเองอย่างน้อย 2 ลำภายในปี 2570 โดยเรือลำแรกนี้มีงบประมาณก่อสร้าง 4.936 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 1.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.45 หมื่นล้านบาท) ติดตั้งระบบการต่อสู้จากบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน และตอร์ปิโดหนักรุ่น มาร์ค 48 (Mark 48) ของสหรัฐฯ มุ่งเน้นการทำ “สงครามไม่สมมาตร” (Asymmetric Warfare) โดยใช้เรือดำน้ำ โดรน และระบบขีปนาวุธเคลื่อนที่ เพื่อรับมือกองทัพจีนที่มีขนาดใหญ่กว่า
นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ประธานาธิบดี ไล่ชิงเต๋อ ได้ประกาศแผนการเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศอีก 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.38 ล้านล้านบาท) เพื่อรับมือกับแรงกดดันทางทหารจากจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บริบทความขัดแย้ง
ปัจจุบันไต้หวันมีเรือดำน้ำประจำการอยู่เดิม 2 ลำ ซึ่งจัดซื้อจากเนเธอร์แลนด์ในช่วงทศวรรษ 2520 การพัฒนาเรือดำน้ำรุ่นใหม่นี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของตนเอง
ที่มา: กลุ่มสื่อต่างประเทศ

