สุราษฎร์ธานี - ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายการเลือกตั้ง หลัง กกต.สุราษฎร์ - ตร.นำหมายเข้าค้นบ้านที่ถูกอ้างเป็นหัวคะแนน หลังมีการแจ้งเหตุคนเข้าออกมากผิดปกติ อาจมีการซื้อเสียง ตรวจโทรศัพย์มีภาพรายชื่อคนและข้อความที่แจ้งว่า “กกต.มา” เจ้าของบ้านยันไม่ใช่หัวคะแนน
จากกรณีเมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ ( 1 กุมภาพันธ์ 2569 ) นายวัชระ เพชรทอง ผู้สมัคร สส. สุราษฎร์ธานี เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนได้รับทราบว่า มีพลเมืองดี ได้แจ้งเหตุการทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส.ต่อ กกต.จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีชาวบ้านพบเห็นการซื้อสิทธิ์ ขายเสียงที่บ้านของ นาง ป.โดยพบพฤติการณ์ว่า มีคนเข้า-ออกมากผิดปกติ
ซึ่งหลังรับแจ้ง กกต.จังหวัดสุราษฎร์ฯ จึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เดินทางไปที่บ้านหลังที่มีการรับแจ้ง ในพื้นที่ ตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบหญิง 3 คน อยู่ภายในบ้านท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญออกมาหน้าบ้าน และขออนุญาตยึดโทรศัพท์ทุกคนไว้เพื่อขอตรวจสอบ โดยเจ้าของให้ความยินยอม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบโทรศัพท์ดังกล่าว ปรากฏว่า พบรายชื่อประชาชนที่เขียนด้วยลายมือ และส่งข้อมูลมาเป็นรูปภาพ ซึ่งเป็นรายชื่อของบุคคล พร้อมนามสกุล มาในกลุ่มไลน์ทางโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ เจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดฯบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาค้นพบข้อความการพูดคุยในกลุ่มไลน์สำคัญ มีข้อความว่า “ กกต. มา” ตำรวจสอบถามว่า ทำไมต้องเขียนไลน์ไปบอกว่า“กกต.มา” หญิงวัยกลางคนดังกล่าวตอบว่า “เป็นผู้ช่วยสส…..”
หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจค้นภายในบ้าน เจ้าของบ้านไม่ยินยอม ทาง กกต.จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงประสานขอหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าค้นบ้านตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดสืบสวนของ กกต.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังคงรอหมายศาลอยู่ในพื้นที่หน้างาน
ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. นายพลัฎฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผอ.กกต.จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้นำหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ ก.37/2569 เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว โดยทางเจ้าบ้าน ได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในตัวบ้านประมาณ 5-6 คน เท่านั้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชม.ในการตรวจค้น ส่วนบรรยากาศรอบตัวบ้านมีผู้สื่อข่าวและทีมงานของผู้สมัครของพรรคประชาธิปัติย์เฝ้าดูการตรวจค้น ในขณะเดียวกันบุคคลที่อยู่ในบ้านได้ถ่ายบันทึกภาพกลุ่มคนที่อยู่นอกบ้านไว้ตลอด
อย่างไรก็ตาม นายพลัฎฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผอ.กกต.สุราษฎร์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับการเข้าตรวจค้น ในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้แจ้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนเรื่องการแจ้งจะผิดหรือไม่ผิด และเอกสารหลักฐานบางอย่างที่ได้พบได้เห็นไม่สามารถเปิดเผยได้ จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งที่ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง พบเพียงสมุดรายชื่อของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ และเสื้ออดีต สส.เขต 1 ที่ไม่มีชื้อพรรคหรือเบอร์ผู้สมัคร ส่วนเบาะแสอื่นทาง กกต.ก็จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนไปตามขบวนการ เจ้าของบ้านก็ไม่รับว่าเป็นหัวคะแนนผู้สมัคร สส.พรรคใดพรรคหนึ่งหรือหาเสียงให้ใคร เพราะเป็นประธานชมรมผู้สูงอายุ ส่วนหลักฐานที่ได้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเชื่อมโยงการซื้อเสียงได้หรือไม่ ยังต้องไปดูรายละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับการซื้อเสียงหรือไม่
ณ.ตอนนี้เรื่องการร้องเรียนผู้สมัคร สส .ของจังหวัดสุราษฎร์มีน้อยมีแค่ 2 เรื่องรวมทั้งเรื่องนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการแจ้งทางตาสัปรดบ้าง อะไรบ้าง ส่วนเรื่องกระทำความผิดจริงๆยังไม่พบ มีการแจ้งแค่เป็นเหตุให้ ทาง กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ส่วนการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นก็เป็นที่ทราบกันทั่วๆไป ว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ยังมีชื่อเสียง ในการซื้อสิทธิขายเสียงกันอยู่ทาง กกต.พยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่หากมีข้อมูลหรือข้อสงสัยก็ต้องขอหมายเข้าตรวจค้น หากผู้ใดให้ข้อมูลสามารถนำไปสู่ว่าใครทำกระความผิดกฎหมายการเลือกตั้ง จนสามารถเพิกถอนสิทธิผู้สมัครจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท

