เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – ผู้เชี่ยวชาญชี้นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู หวังพึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โค่นผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม รายงานโผล่คนสนิทคาเมอีบินเข้ารัสเซียหารือด่วนปูตินระหว่างกองทัพสหรัฐฯเสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ส่อบุกเตหะราน
บีบีซีของอังกฤษรายงานวานนี้(31 ม.ค)ว่า ทั่วโลกเฝ้าจับตาการสะสมกำลังทหารอเมริกันในภูมิภาคตะวันออกที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ที่อาจนำไปสู่การเปิดฉากทำสงครามโจมตี “อิหร่าน” หลังอเมริกาทิ้งร้างไปนานหลายสิบปีนับตั้งแต่สงครามอ่าวช่วยคูเวตและบุกอิรักโค่นอดีตเผด็จการ ซัดดัม ฮุสเซน เมื่อปี 2006
แดนนี ซีตริโนวิคซ์ (Danny Citrinowicz) ผู้เชี่ยวชาญอดีตหน่วยข่าวกรองกองทัพอิราเอล ปัจจุบันประจำสถาบันการศึกษาเพื่อความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล (Israel's Institute for National Security Studies)ออกมาเปิดเผยว่า เชื่อว่าผู้นำอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ไม่ต้องการให้โอกาสทองโค่นเตหะรานให้ผ่านไปได้
“สำหรับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อยู่ในจุดที่สหรัฐฯมีกองกำลังมากมายในอ่าว และใกล้เข้าไปมากต่อการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะโจมตีอิหร่าน และสิ่งนี้สำหรับตัวเขาถือเป็น “โอกาสทอง” ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถปล่อยให้ผ่านไปได้”
สื่ออังกฤษชี้ว่า ที่ผ่านมาเนทันยาฮูมองอิหร่านเป็นเหมือนศัตรูตัวฉกาจ
เขาส่งหัวหน้าหน่วยข่าวกรองกองทัพอิสราเอล ชโลมี บินเดอร์ (Shlomi Binder) บินเข้ากรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อพบหน่วยข่าวกรองต่างของสหรัฐฯ
อ้างอิงการรายงานจากสื่ออิสราเอลพบว่า ประเด็นการหารือไปที่เป้าหมายโจมตีในอิหร่าน
ผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวกรองทหารอิสราเอลเชื่อว่า เนทันยาฮูในทางส่วนตัวพยายามผลักดันสหรัฐฯให้โจมตีครั้งใหญ่ที่สุดโดยมีเป้าไปที่การโค่นล้มรัฐบาลเตหะราน
มีรายงานว่าผู้นำยิวได้ร้องขอทรัมป์อย่าเพิ่งโจมตีเมื่อต้นเดือนมกราคมเป็นเพราะมองไปว่า “แผนการโจมตีของสหรัฐฯนั้นเล็กเกินไป”
ซึ่งในปัจจุบันประธานาธิบดีทรัมป์กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาช่องทางการจัดการต่ออิหร่าน
แดนนี ซีตริโนวิคซ์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูกำลังจะต้องเผชิญกับการเลือกตั้งในปีนี้ได้ทำงานอย่างหนักนับตั้งแต่ฮามาสโจมตีข้ามพรมแดนอย่างไม่คาดฝันเพื่อพยายามทำให้ภาพลักษณ์ของเขาที่แตกสลายในฐานะ “มิสเตอร์ความมั่นคง” ของอิสราเอล
และส่งผลทำให้การโค่นล้มรัฐบาลเตหะรานหรือการลอบสังหารผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จะกลายเป็นรางวัลทางการเมืองที่สูงลิ่วหรืออาจเป็นความเสี่ยงเช่นกัน
สื่ออังกฤษชี้ว่า ความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนรัฐบาลเตหะรานยังคงมีอยู่เป็นต้นว่า ไม่มีการแตกออกอย่างชัดเจนในกองทัพและพันธมิตรรอบตัวผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณอิหร่าน และความเคลื่อนไหวฝ่านต่อต้านที่แยกออกมาในประเทศ และไม่เป็นที่แน่ชัดว่าใครจะเข้ามาปกครองอิหร่านหากรัฐบาลชุดเดิมล้ม
อย่างไรก็ตาม อนาโดลูของตุรกีรายงานว่า ผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณอิหร่าน คาเมเนอี เตือนสหรัฐฯในวันอาทิตย์(1)ว่า หากอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่านอาจกลายเป็นสงครามอ่าวตะวันออกกลางได้
อาลี ลารีจานี (Ali Larijani) เลขาธิการสภาความมั่นคงอิหร่าน อ้างอิงจากเคียฟ อินดิเพนเดนท์ บินเข้ากรุงมอสโกเมื่อวันศุกร์(30 ม.ค) หารือลับกับผู้นำรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน
เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำรัสเซีย คาเซม จาลาลี (Kazem Jalali) เปิดเผยกับสื่อทางการรัสเซียว่า การหารือมีเป้าหมายไปที่ปัญหาสำคัญระดับภูมิภาคและระดับโลกรวมไปถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีของ 2 ชาติ
อ้างอิงจาก CNN ของสหรัฐฯรายงานวันเสาร์(31 ม.ค) ถึงการส่งอาวุธหนักเข้าตะวันออกกลางตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาของเพนตากอนระหว่างที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯกำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ
อ้างอิงจากซอร์สเปิดพบว่า ยุทโธปกรณ์ทหารอเมริกันที่ส่งเข้าไปรวมเรือบรรทุกเครื่องบินนิวเคลียร์สหรัฐฯ USS Abraham Lincoln เรือพิฆาตติดมิสไซล์นำวิถี 3 ลำ
รวมฝูงเครื่องบินรบ F/A-18E Super Hornet fighters, F-35C Lightning II fighters, และเครื่องบินสอดแนม EA-18G Growler electronic warfare jets.
สหรัฐฯยังมีเรือพิฆาตอีก 3 ลำ USS Delbert D. Black, USS McFaul, และ USS Mitscher ในภูมิภาคที่นอกเหนือไปจากฝูงเรือพิฆาตที่มาพร้อมเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ
แต่ละลำมิสไซล์โจมตีโทมาฮอว์กมีพิสัยทำการไกล 1,000 ไมล์และหัวรบตามปกติหนัก 1,000 ปอนด์
ใกล้อิหร่านยังรวมถึงเรือโจมตีชายฝั่งอีก 3 ลำได้แก่ USS Santa Barbara, USS Canberra และ USS Tulsa มีฐานที่บาห์เรนและสามารถเรียกใช้การได้
CNN รายงานว่า และไม่นานมานี้ เพนตากอรส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศมากมายไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางรวม ระบบ THAAD ระบบมิสไซล์แพทริออตที่มาปรากฏในฐานทัพอากาศ Al Udeid ในกาตาร์สัปดาห์ที่แล้ว อ้างอิงจากภาพดาวเทียมของ Planet Labs เมื่อวันที่ 25 ม.ค ล่าสุด
ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงเรือบรรทุกเครื่องบินนิวเคลียร์สหรัฐฯ USS Abraham Lincoln ว่า “เหมือนเช่นเวเนซุเอลา มันมีความพร้อม ความมุ่งมั่น และสามารถปฎิบัติภารกิจได้อย่างทันทีด้วยความและรุนแรงหากจำเป็น”

