กกต. เตือนซื้อสิทธิ – ขายเสียง มีความผิดตามกฎหมาย โทษหนักทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ขอความร่วมมือให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต
วันนี้ (1 ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง งดเว้นการกระทำเข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและมีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง
กรณีผู้ซื้อสิทธิพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 บัญญัติ ว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่ง�อย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำความผิด ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ
ส่วนกรณีผู้ขายเสียง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 101 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเรียก รับ �หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 -5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี และในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้รับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ถ้าได้แจ้งถึงการกระทำดังกล่าวต่อ กกต.หรือผู้ซึ่ง กกต.มอบหมายก่อนถูกจับกุม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษและไม่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 164
สำนักงาน กกต.ขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

