ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เตือนแคนาดาและสหราชอาณาจักร ความพยายามที่ทั้ง 2 ชาติจะหันไปหล่อหลอมความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูตใกล้ชิดกับจีน จะเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่างๆนานา โดยเฉพาะกับแคนาดา
ในการตอบคำถามเกี่ยวกับกรณีที่สหราชอาณาจักร กำลังหันไปติดต่อคบค้ากับจีน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า "มันอันตรายมากๆสำหรับพวกเขาที่ทำแบบนั้น และผมคิดว่ามันอันตรายยิ่งกว่าสำหรับแคนาดา บอกได้เลยว่า จีน ไม่ใช่คำตอบสำหรับปัญหาทางเศรษฐกิจของพวกเขา มันจะมีขวากหนามใหญ่ที่แคนาดาต้องก้าวผ่าน"
ความเห็นของเขามีขึ้นหลังจาก เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เดินทางถึงเมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อวันศุกร์(30ม.ค.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนระดับสูงของสหราชอาณาจักรกว่า 60 คน ที่ประกอบด้วยผู้แทนทั้งด้านการทูตของภาคธุรกิจ ในวันที่ 2 ของกำหนดการเดินทางเยือนจีนเป็นเวลา 3 วัน ขณะที่มันมีขึ้น 2 สัปดาห์ หลังจาก มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ได้เดินทางเยือนจีนไปก่อนหน้าแล้ว
เมื่อวันพฤหัสบดี(29ม.ค.) สตาร์เมอร์ พบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในกรุงปักกิ่ง ถือเป็นการพบปะกันครั้งแรก ตามหลังช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์เย็นชาอันยาวนานระหว่าง 2 ชาติ บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเพดานภาษี เปิดทางให้ชาวสหราชอาณาจักรเดินทางไปยังจีน ในจุดประสงค์เพื่อสันทนาการและดำเนินธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่า และยกระดับการเข้าถึงตลาดของกันและกัน
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร อ้างว่ารัฐบาลทรัมป์ได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับทริปนี้และเป้าหมายของการเดินทางเยือนจีน พร้อมเน้นว่าตัวของทรัมป์เอง ก็มีกำหนดเดินทางเยือนจีนเช่นกันในเดือนเมษายน
สี กล่าวว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จีนและสหราชอาณาจักร ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยุ่งเหยิงในปัจจุบันและกำลังเปลี่ยนไปตลอดกาล
สำหรับ คาร์นีย์ ได้แถลงระหว่างเดินทางเยือนจีนเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม เกี่ยวกับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับปักกิ่ง ในนั้นรวมถึงข้อตกลงการค้าใหม่ ยุติความสัมพันธ์อันเย็นชาอย่างรุนแรงที่มีมานานหลายทศวรรษ ระหว่าง 2 ชาติ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกระตุ้นให้ ทรัมป์ ในวันเสาร์ที่แล้ว ประกาศจะรีดภาษี 100% สำหรับสินค้านำเข้าจากแคนาดา ถ้าหากยังเดินหน้าข้อตกลงกับจีน โดยระบุว่าเขาจะไม่ยอมให้สินค้าจีนที่มีเจตนามุ่งหน้าสู่ตลาดสหรัฐฯ หลบหลีกมาตรการรีดภาษีของอเมริกาผ่านแคนาดา
การเดินทางเยือนของนายกรัฐมนตรีแคนาดาและสหราชอาณาจักร มีขึ้นตามหลังบรรดาผู้นำของชาติต่างๆไหลบ่าบุกเบิกเส้นทางสู่ปักกิ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ในนั้นรวมถึงฝรั่งเศส, ไอร์แลนด์, เกาหลีใต้และฟินแลนด์ ในขณะที่ประเทศต่างๆเหล่านี้ดิ้นรนหาแผนสำรอง ยามที่ต้องเผชิญกับความสัมพันธ์ทางการค้าที่คาดเดาไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆกับสหรัฐฯ
(ที่มา:ยูพีไอ)

