เปิดเอกสารลับ! ผลสอบ "หมอสุภัทร" มีการนำ ATK ของเอกชนมาใช้ก่อน แล้วทำเรื่องจัดซื้อย้อนหลังทำให้ไม่สามารถตรวจสอบปริมาณการใช้จริงได้ แล้วยังแบ่งซื้อเป็น 5 รอบ เพื่อให้ไม่เกินครั้งละ 2 ล้าน จะได้อยู่ในอำนาจอนุมัติของตัวเอง และไม่รายงานผู้บังคับบัญชา ซ้ำส่อซื้อเกินจำนวนใช้จริงหมื่นกว่าชิ้น ชี้ชัดไม่ได้โดนปลดเพราะไม่อิงตามราคากลาง เนื่องจากรับฟังได้เป็นกรณีฉุกเฉิน แต่ผิดเพราะจงใจเอื้อประโยชน์ตัวเอง ขัดระเบียบราชการ
วันที่ 30 ม.ค. 2569 เว็บไซต์ nextnewsth.com ได้เปิดเผยข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม การสอบสวน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท และผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เรื่องการจัดซื้อ ATK ช่วงโควิด กระทั่งมีคำสั่งให้ออกจากราชการ (อ่านฉบับเต็ม : เปิดเอกสารลับผลสอบวินัย ปลดออก "หมอสุภัทร")
โดยทางเพจ Rockman WR ได้สรุปข้อมูลไว้ดังนี้ ...
ปริศนาทุกอย่างคลี่คลายแล้ว อธิบายละเอียดมาก
สรุปสั้นๆ
- หมอสุภัทร "ยืม" ATK ของบริษัทนำวิวัฒน์การช่าง มาใช้ก่อน ในปฏิบัติการหมอชนบทบุกกรุง เดือน กค.- สค. แล้วแบ่งซื้อแบ่งจ้าง 5 ครั้งให้วงเงินไม่เกิน 2 ล้าน เพื่อให้อยู่ในอำนาจของ ผอ. รพ.
- แต่ คกก.ตรวจสอบวินัยเห็นว่า การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง 5 ครั้ง ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์ต่อราชการ เพราะซื้อจากบริษัทเดียวกัน และไม่ได้ทำให้ลดราคาลง และแม้จะมีอำนาจสั่งซื้อ แต่ต้องทำเรื่องเสนอให้ สสจ. ทราบ แต่แรก ซึ่งไม่ได้ทำ
- ซึ่งการทำสัญญาจัดซื้อตามหลัง ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบยอดได้ว่าใช้ไปเท่าไหร่ แม้ว่ามีการตั้งกรรมการตรวจรับ และมีเอกสารตรวจรับ แต่ก็ไม่ใช่เป็นการตรวจรับจริง เนื่องจากใช้ของไปแล้ว และผู้ตรวจรับก็ไม่ได้ไปร่วมภารกิจที่กรุงเทพฯ ด้วย
- นอกจากนั้น ยังเห็นว่ามีการสั่งซื้อชุดตรวจ "มากเกินศักยภาพ" ของบุคลากรที่จะดำเนินการตรวจได้ ซึ่งทำได้อย่างมาก 1,000-2,000 ราย (ทั้ง 3 ครั้งรวม 13 วัน สูงสุดก็ไม่น่าเกิน 26,000 ชุด แต่สั่งซื้อทั้งหมดถึง 42,854 ชุด มูลค่ารวม 9,856,420 บาท ซึ่งหมอสุภัทรได้อ้างว่า รพ.จะนะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดหา ATK ให้กับ รพ.อื่นๆด้วย
- แต่คณะกรรมการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงใช้เวลาถึงสองเดือนหลังจากเสร็จภารกิจจึงจะทำสัญญาสั่งซื้อ และไม่มีการรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้บังคับบัญชา คือสสจ.สงขลา เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจรับโดยอนุโลมตามระเบียบ
- ในภายหลัง สปสช. ได้ส่งรายชื่อผู้เข้ารับการตรวจคัดกรอง เพื่อเบิกค่าใช้จ่ายให้ รพ.จะนะ จำนวน 39,211 คน ในอัตรารายละ 450 บาท ซึ่งเมื่อหักค่า ATK แล้วจะเหลือเป็นเงินจำนวน 7,600,610 บาท ซึ่งได้โอนเข้าบัญชี รพ.จะนะ
- ส่วนประเด็นการไม่อิงตามราคากลาง สามารถรับฟังได้ว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่ไม่มีราคากลางมาก่อน (ดังนั้นกรณีการลงโทษนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องราคา)
- การกระทำของหมอสุภัทร จึงเป็นการกระทำที่จงใจขัดต่อระเบียบราชการ ส่อไปทางที่เกิดประโยชน์กับตนเอง ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง มีมติให้ปลดออกจากราชการ

