xs
xsm
sm
md
lg

กกต.เริ่มทำงาน ประสานขอข้อมูล ธปท.เงินสดทะลักช่วงเลือกตั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กกต.ขยับแล้ว ประสานแบงก์ชาติไล่ล่าเส้นทางเงิน 250 ล้าน สะพัดผิดปกติช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง สั่งจับตาพื้นที่แข่งขันดุเดือดสกัดการซื้อเสียง

ปกติแล้วมีไม่บ่อยนักที่การพูดในเวทีสาธารณะของบุคคลระดับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย จะกลายเป็นประเด็นในทางการเมืองอย่างกรณีล่าสุดที่ออกมาเปิดเผยว่าพบความผิดปกติในการเบิกเงินสดในช่วง 10 วันที่ผ่านมามากกว่า 250 ล้านบาท พร้อมแลกธนบัตรใบละ 100 บาท และ 500 บาท ซึ่งเข้าข่ายน่าสงสัย และได้ส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)และคณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบ ซึ่งจากการเปิดเผยในเรื่องนี้ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมพอสมควร เนื่องจากใกล้ถึงวันเลือกตั้งเข้าไปทุกขณะ

ในเรื่องนี้ มีความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ภายหลังที่ประชุมกกต.มีมติมอบหมายให้สำนักงานกกต.ดำเนินการประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่ได้ตรวจพบการถอนเงินสดเป็นจำนวนมากแบบผิดปกติ และถอนเป็นธนบัตร ฉบับละ 500 บาท หรือ 100 บาท เนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาการจัดการเลือกตั้ง จึงเป็นกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าการถอนเงินดังกล่าว อาจนำไปใช้สำหรับกระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย กกต.จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 32 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งรายละเอียดการโอนหรือการเบิกจ่ายเงินในกรณีที่มีความผิดปกติดังกล่าว มาเพื่อประกอบการดำเนิน การตามหน้าที่และอำนาจของกกต.ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่กกต.จะมีมติให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวข้างต้น ปรากฎว่านายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ได้ให้สัมภาษณ์โดยระบุว่า กกต.ไม่ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้ต้องหาช่องทางว่าจะขอประสานงานในเรื่องข้อมูลอย่างไร เพียงแต่มีการประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เท่านั้น แต่ในส่วนของสำนักงานกกต.ขณะนี้ได้สั่งให้ด้านสืบสวนสอบสวน เฝ้าระวังและติดตามดูพื้นที่ที่เห็นว่ามีการแข่งขันกันรุนแรงและคาดว่าจะมีการกระจายของเม็ดเงินดังกล่าวแล้ว

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย​รายงานให้ทราบแล้ว​ว่า​ หากมีธุรกรรมที่ผิดปกติ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และดำเนินการแจ้งให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ​ กกต.​และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ​ กลต.ทราบต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น