เอเอฟพี - คณะบริหารสหรัฐฯ เผยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสองคนที่เกี่ยวข้องกับการยิงพลเมืองมินนีแอโพลิสเสียชีวิตถูกพักงานตั้งแต่วันเกิดเหตุ ขณะที่ทรัมป์เตือนนายกเทศมนตรีเมืองนี้กำลังเล่นกับไฟ ชี้การไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในการกวาดล้างผู้ต้องสงสัยลักลอบเข้าประเทศเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นแค่วันเดียวเพิ่งประกาศต้องการลดระดับปฏิบัติการในมินนีแอโพลิส
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่สองคนที่เกี่ยวข้องกับการยิงอเล็กซ์ เพรตตี บุรุษพยาบาลแผนกผู้ป่วยวิกฤต วัย 37 ปี เสียชีวิตในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อวันเสาร์ (24 ม.ค.) ถูกพักงานตั้งแต่วันเกิดเหตุตาม “กฎมาตรฐาน”
เมื่อวันอังคาร (27 ม.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า ต้องการลดระดับปฏิบัติการในมินนีแอโพลิสลงเล็กน้อย แต่วันรุ่งขึ้น (28 ม.ค.) เขากลับโจมตีเจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีมินนีแอโพลิส ผ่านโซเชียลมีเดียว่า การไม่ยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในการกวาดล้างผู้ต้องสงสัยลักลอบเข้าประเทศเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และสำทับว่า เฟรย์กำลังเล่นกับไฟ
นักการเมืองจากทั้งสองพรรคต่างประณามการยิงเพรตตีเสียชีวิต แม้ในตอนต้นเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแก้ต่างว่า เป็นการป้องกันตัวก็ตาม
ด้านทรัมป์พยายามลดกระแสการต่อต้านด้วยการส่งทอม โฮแมน ผู้รับผิดชอบด้านพรมแดนสหรัฐฯ ไปแทนเกร็ก โบวิโน ผู้บัญชาการหน่วยตระเวนชายแดนที่ปราบปรามผู้อพยพอย่างแข็งกร้าว
ในวันพุธ แพม บอนดี รัฐมนตรียุติธรรม เดินทางไปยังมินนีแอโพลิสและประกาศข่าวการจับกุม “ผู้ก่อจลาจล” ในรัฐมินนิโซตา 16 คนที่ถูกกล่าวหาว่า ทำร้ายเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง
อย่างไรก็ตาม แม้ทำเนียบขาวยืนยันว่า เป้าหมายการกวาดล้างคืออาชญากรที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย แต่การใช้ชายสวมหน้ากากติดอาวุธหนักไล่กระชากคนจากถนน ในบ้านพัก และที่ทำงาน ทำให้ผู้คนจำนวนมากช็อก และลุกลามกลายเป็นความโกรธแค้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยิงผู้ประท้วงในมินนีแอโพลิส 2 คนระยะประชิดจนเสียชีวิตในเดือนนี้คือ เพรตตี และเรเน กู๊ด ที่เป็นพลเมืองอเมริกันทั้งคู่
สตีเฟน มิลเลอร์ ผู้ช่วยระดับสูงของทรัมป์ ออกมาโจมตีอย่างรวดเร็วในตอนแรกว่า เพรตตีเป็น “นักฆ่า” แม้ภาพวิดีโอชี้ชัดว่า เขาไม่ได้เป็นภัยคุกคามหรือมีอาวุธในมือตอนที่ถูกยิงเสียชีวิตก็ตาม แต่เมื่อคืนวันอังคาร มิลเลอร์ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรและตระเวนชายแดนที่ยิงเพรตตี “อาจไม่ปฏิบัติตามกฎ”
ขณะที่ทรัมป์พยายามพาตัวเองจากกระแสโจมตี โดยแสดงท่าทีประนีประนอม แต่ยังยืนกรานว่า ไม่มีแผนถอนเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางออกจากมินนีแอโพลิส พร้อมปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้ปลดคริสตี โนเอม จากตำแหน่งรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ
ทั้งนี้ การที่ทรัมป์พุ่งเป้าปราบปรามผู้อพยพในมินนิโซตาเกี่ยวข้องกับการกล่าวหาว่า มีการทุจริตในรัฐนี้โดยกลุ่มผู้อพยพชาวโซมาเลีย ซึ่งทรัมป์และพันธมิตรปีกขวายกเป็นข้ออ้างในการต่อสู้กับอาชญากรต่างด้าวที่ลักลอบเข้าสู่อเมริกา
ทรัมป์พุ่งเป้าโจมตีโดยเฉพาะอย่างยิ่งอิลฮาน โอมาร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเดโมแครตที่เป็นผู้ลี้ภัยโซมาเลีย โดยผู้นำสหรัฐฯ ดูหมิ่นโอมาร์หลายครั้งและยังบอกว่า ควรส่งตัวกลับโซมาเลีย ทั้งนี้ เมื่อวันอังคาร โอมาร์ถูกชายคนหนึ่งฉีดของเหลวใส่ระหว่างปราศรัยในมินนีแอโพลิส
ชายคนดังกล่าวที่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยควบคุมตัวได้ชื่อว่า แอนโทนี คาซเมียร์ซัก วัย 55 ปี และซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างอิงการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายว่า ของเหลวที่ใช้อาจเป็นน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล

