xs
xsm
sm
md
lg

เลิกสัญญา "อิตาเลียนไทย" ไม่ง่าย บอร์ด รฟท.สั่งหารืออัยการสูงสุด ผลสอบชี้มูลเหตุ ปฎิบัติงานบกพร่องผิดสัญญา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บอร์ดรฟท.สั่งหารืออัยการสูงสุด ยกเลิกสัญญา”อิตาเลียนไทย”ย้ำต้องถูกต้อง รอบคอบ เป็นธรรมกับทุกฝ่าย คณะอนุกฎหมายรฟท.ระบุ มูลเหตุปฎิบัติงาน ผิดสัญญา เหลืองาน 5% ประเมินประมูลหารายใหม่ใช้เวลา อีก 14 เดือน

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้รายงาน กรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3 – 4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา ตกทับขบวนรถไฟ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ครั้งที่ 2 /2569 วันที่ 29 ม.ค. 2569 ที่มี นายจิรุตม์ วิศาลจิตร เป็นประธาน ในการบอกเลิกสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดิเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้าง ซึ่งพบว่าผู้รับจ้างไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขสัญญาด้านความปลอดภัย จนเกิดเหตุ เป็นความบกพร่องซึ่งเป็นมูลเหตุที่จะพิจารณาบอกเลิกสัญญาได้

ขณะที่ คณะอนุกรรมการกฎหมายของรฟท. ได้ประชุมเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 มีความเห็นว่า การบอกยกเลิกสัญญาจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ มีความจำเป็นต้องหารืออัยการสูงสุด เพื่อให้มีความถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเป็นสัญญาทางปกครองแนวทางที่ชัดเจน รวมถึงระเบียบพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103 ซึ่งเกี่ยวข้องในการกรณียกเลิกสัญญา กับประโยชน์ของรัฐและสาธารณะ

ทั้งนี้ จากผลการสอบสวนของ คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของ รฟท.ได้สรุปผลการสอบสวน พบว่า ผู้รับจ้างไม่ได้ปฎิบัติการรักษาความปลอดภัยตามเงื่อนไขสัญญาที่กำหนด โดยไม่ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลและเฝ้าระวังความปลอดภัย หรือ safety and Look out man ไปดำเนินการประสานงาน

ส่วนเครื่องจักรอุปกรณ์ ที่ทำให้หล่นลงมา สันนิษฐานสาเหตุเกิดจาก "การสูญเสียเสถียรภาพของฐานรองรับด้านหน้า (Front Support) ของเครนเอียงล้ม ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสลักเกลียวกำลังสูง (PT-Bar) ที่ใช้ในการยึดฐานรองเครน (Tied-down) ขาด ขณะที่อยู่ระหว่างการเคลื่อนเครน (Launching) โดยรฟท.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายกสภาวิศวกร เพื่อตรวจสอบ สาเหตุ ที่ทำให้ PT-Bar ขาดต่อไป

นายอนันต์กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้ การรถไฟฯจะสรุปข้อมูล เสนอไปที่อัยการสูงสุด ขณะที่ การสอบสวนทางอาญา การรถไฟฯ ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะครบถ้วน ซึ่งในส่วนนี้ต้องรอว่าจะมีการดำเนินคดีส่งฟ้องใครบ้าง ทั้งเรื่องอาญาและทางปกครอง ที่หารืออัยการสูงสุด จะต้องสอดคล้องกัน เพื่อนำไปสู่การบอกเลิกสัญญาต่อไป

ส่วนกรณีการตรวจสอบเครนที่ผู้รับจ้างนำมาใช้งานนั้นตามแบบการทดสอบปั้นจั่น ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งจะออกใบ ปจ.1 แบบรายงานผลการตรวจทดสอบปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่นั้น นายอนันต์กล่าวว่า ดำเนินการตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ซึ่งต้องมีการตรวจทุกๆ 3 เดือน ซึ่งเครนตัวดังกล่าวครบรอบในวันที่ 5 ม.ค. 2569 ขณะที่เกดเหตุ วันที่ 14 ม.ค. 69 ซึ่งยังไม่มี ใบปจ. 1 ใหม่ ก็เป็นประเด็นที่ต้องสอบสวนต่อไป

@เหลืองาน 5% ประมูลรับเหมารายใหม่ใช้เวลา อีก 14 เดือน

ปัจจุบัน โครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน สัญญา 3-4 เหลืองานประมาณ 5% เป็นงานก่อสร้าง โครงสร้างยกระดับ อีก 18 ช่วง และทางวิ่งระดับดินอีก 900 เมตร ซึ่งยอมรับว่า บอกเลิกสัญญา ต้องพิจารณา ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลายส่วน ซึ่ง ประเมินเบื้องต้น ว่า หากยกเลิกสัญญา กระบวนการประมูลเพื่อหาผู้รับจ้างรายใหม่ ต้องใช้เวลาประมาณ 14 เดือน ขณะที่ตามสัญญา อิตาเลียนไทย ก่อสร้างจะสิ้นสุดในเดือนต.ค. 2569

“หลังเกิดเหตุเครนหล่น รฟท.สั่งหยุดก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ทุกสัญญาไว้ก่อนเพื่อให้มีการตรวจสอบยืนยัความปลอดภัย ทั้งเครื่องมือ เครื่องจักรและขั้นตอนการปฎิบัติงาน หากไม่มีปัญหาจึงจะเริ่มทำงานต่อได้ ส่วนสัญญา 3-4 ที่เกิดเหตุนั้น จะต้องมีการตรวจสอบด้ายวิศวกรรมเพิ่มเติมเนื่องจากเครนที่หล่นมีน้ำหนัก 400 ตัน ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างที่เกี่ยวเนื่องหรือไม่ รวมถึงต้องรอกระบวนการสอบสวนและการบอกเลิกสัญญาที่ชัดเจนด้วย”

นายอนันต์กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นและทำให้ต้องหยุดการก่อสร้างเพื่อตรวจสอบ จะส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างโครงการรถไฟไทย-จีน ที่อาจจะต้องล่าช้าออกไปบ้าง ซึ่งจะมีการตรวจเช็คแผนการก่อสร้าง ประเมินงานที่เหลืออย่างละเอียดหลังจากนี้

นอกจากนี้ กรณีเครนหล่นทับขบวนรถโดยสาร ทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยพบว่า จำนวนผู้โดยสารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้โดยสารก่อนเกิดเหตุ ที่เต็มทุกที่นั่ง ซึ่งการรถไฟฯจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ฟื้นกลับมาโดยเร็ว และผลกระทบทั้งด้านค่าเสียหาย ต่อชีวิตและทรัพย์สินรถไฟ รวมถึงค่าเสียโอกาส รายได้จากความเชื่อมั่น จะมีการประเมินเพื่อเรียกร้องต่อผู้ที่กระทำความผิดต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น