xs
xsm
sm
md
lg

สธ.ยันมติปลดหมอสุภัทร ปมจัดซื้อ ATK ทำตามไทม์ไลน์ ชี้หาก ก.พ.แทงสวนพร้อมทำตามมติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวปมปลดหมอสุภัทรออกจากราชการ กรณีจัดซื้อชุดตรวจ ATK สมัยโควิด 19 ผิดระเบียบ ระบุมติที่ประชุมเปิดเผยไม่ได้ แต่ผลสอบสรุปผิดวินัยร้ายแรง เป็นไปตามไทม์ไลน์ปกติ เผยเจ้าตัวปฎิเสธข้อหาหลายรอบ ส่งเอกสารชี้แจงหลายหน้าไปแล้ว เผยถ้า ก.พ.แทงสวนพร้อมทำตามมติ
.
วันนี้ (28 ม.ค.) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติ 4 ต่อ 3 ให้ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ออกจากราชการ เพราะสมัยเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา จัดซื้อชุดตรวจ ATK ในโครงการหมอชนบทบุกกรุง ปี 2564 ผิดระเบียบ ว่า เนื้อหาสาระจากการประชุม อ.ก.พ.สธ. ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ผลจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ที่มีการสอบสวนก่อนหน้านี้ ระบุว่า นพ.สุภัทร ดำเนินการจัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ในวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 5 ครั้ง
.
เป็นการแบ่งซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK เป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารวัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เป็นการปฏิบัติราชการที่แสวงหาประโยชน์อันมิควร สำหรับบริษัทผู้ขายหรือผู้อื่น และทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ได้ดำเนินการสั่งซื้อที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐ และเมื่อได้จัดซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK ทำให้ราชการเสียหายร้ายแรง ผลจากการสอบของคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ เสร็จปลายเดือน ก.ย. 2568 โดยคณะกรรมการชุดนั้นสรุปว่า “ผิดวินัยอย่างร้ายแรงและเสนอลงโทษปลดออกจากราชการ” ซึ่งตรงนี้เป็นข้อมูลนำเข้าใน อ.ก.พ.สธ. ขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน โดยมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขดูแลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้อาจมีประเด็นอยู่ในช่วงสมัครเลือกตั้ง แต่ในทางราชการก็มีกฎหมายที่ต้องทำ ยอมรับว่ามีความกังวล แต่ก็ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อมีมติก็ต้องทำตามขั้นตอน เป็นไปตามไทม์ไลน์ปกติ
.
ด้านนายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า มติ อ.ก.พ.สธ. เป็นความลับทางราชการ ยังไม่ได้ออกรายงานมา และจากการประชุม อ.ก.พ.สธ. เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ได้ตรวจสอบองค์คณะครบถ้วนเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนที่เสนอให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ชุดใหญ่นั้น จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. ส่วนของ อ.ก.พ.สธ. ก็ทำหน้าที่ของตนเอง ยืนยันว่าตามกฎหมายไม่ต้องรอคณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดใหญ่ของ ก.พ. พิจารณา เพราะตามกระบวนการ เมื่อออกคำสั่งแล้วจะต้องรายงานให้ ก.พ. ทราบ ส่วนบอร์ด หากมีมติสวนทาง ตามกฎหมายมาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หากมีมติเป็นเช่นใด ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องดำเนินการตามมติ ก.พ.
.
ทั้งนี้ ยืนยันว่ากระบวนการสอบสวนวินัยร้ายแรง ดำเนินการชอบด้วยกฎหมายและขั้นตอนของระเบียบราชการกำหนดทุกประการ และเป็นไปตามครรลองของกฎหมายปกติ โดยเริ่มแรก วันที่ 13-17 ก.พ. 2566 กลุ่มตรวจสอบภายในของกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าตรวจสอบโรงพยาบาลจะนะ เป็นการตรวจสอบทั่วไป และรายงานผลต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในขณะนั้น ต่อมาวันที่ 7 มี.ค.2566 กระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนเกี่ยวกับประเด็นการจัดซื้อชุดตรวจ ATK 8 พ.ค. 2566 กระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง จากนั้น 21 ก.ค. 2566 ประธานกรรมการสอบสวนวินัยฯ ทราบคำสั่งและดำเนินการทางกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายทั้งหมด ตั้งแต่รับทราบคำสั่ง นัดประชุม และแจ้งผู้ถูกกล่าวหามารับทราบคำสั่ง ซึ่ง นพ.สุภัทร ผู้ถูกกล่าวหาได้มารับทราบคำสั่ง และยื่นชี้แจงเป็นหนังสือหลายหน้ากระดาษ และได้มาพบคณะกรรมการสอบสวน
.
กระทั่ง 23 ก.ย. 2568 คณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ เสนอรายงานสอบสวนความเห็นต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเห็นชอบตามการสอบสวนฯ และให้นำเข้า อ.ก.พ.สธ. พิจารณาลงโทษต่อไป แต่ก่อนเข้า อ.ก.พ. สธ. มีคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาในวันที่ 4 ธ.ค. 2568 ต่อมาวันที่ 22 ม.ค. 2569 จึงมีการประชุม อ.ก.พ.สธ. และนำเรื่องนี้พิจารณา ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เป็นไทม์ไลน์ปกติ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนที่ดำเนินการออกคำสั่งลงโทษทางวินัยตามมติ อ.ก.พ.สธ. ทั้งหมด จึงเป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดทุกประการ
.
"ในรายงานการสอบสวน มีหลักฐานว่า (นพ.สุภัทร) ได้มารับทราบข้อกล่าวหา และปฏิเสธข้อกล่าวหา และภายหลัง ยังได้มีการยื่นหนังสือชี้เเจงเป็นเอกสารอีกหลายๆ หน้าเยอะมาก ให้กับคณะกรรมการสอบสวนเรียบร้อยเเล้ว" นายเกตุแก้ว กล่าว
.
นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการปฎิบัติราชการโดยแบ่งการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อลดวงเงินมาอยู่อำนาจตัวเอง ซึ่งเป็นการทำผิดระเบียบ มีหลายเคสที่ลงโทษแล้วเพียงแต่ไม่เป็นข่าว ส่วนที่ นพ.สุภัทรอ้างว่าการจัดซื้อเป็นไปตาม ว.115 (หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 115 ลงวันที่ 27 มี.ค. 2563 กำหนดแนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคโควิด 19) นั้น เป็นรายละเอียดที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยได้นำมาพิจารณาตาม ว.115 โดยได้พิจารณาแล้วชั่งน้ำหนัก วิเคราะห์มีหลักฐานประกอบทุกอย่าง ไม่สามารถลงลึกได้ ซึ่งกรมบัญชีกลางออกหนังสือมา เพื่อให้รับมือกับสถานการณ์วิกฤต ลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องขออนุมัติก่อน แต่กรณีนั้นให้นำของมาใช้ก่อนได้ แต่เมื่อนำมาใช้แล้ว ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว ส่วน นพ.สุภัทร รายงานผู้บังคับบัญชาช้าหรือไม่ ยังไม่ขอลงรายละเอียด
.
ต่อข้อถามว่า เมื่อลงนาม มติ อ.ก.พ.สธ.และรายงานไปยัง ก.พ.นั้น ทางบอร์ด ก.พ. จะพิจารณาเองหรือต้องมีคนร้องอีกครั้ง นายเกตุแก้ว กล่าวว่า มาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ให้อำนาจ ผู้แทน ก.พ. ซึ่งอยู่ในอ.ก.พ.สธ. 1 คน เห็นแย้งมติได้ และสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายของคณะกรรมการ ก.พ. ได้ โดยเสนอเอง ไม่ต้องมีผู้ร้อง ส่วนตามกฎหมายต้องทำภายในกี่วัน ถ้าในตัวระเบียบไม่ได้กำหนดวัน แต่ต้องทำโดยเร็ว โดยหากมีคำสั่งแล้ว ในกฎหมายบอกว่าต้องรายงาน ก.พ. ภายใน 15 วัน
......
Sondhi X
กำลังโหลดความคิดเห็น