xs
xsm
sm
md
lg

"ส้ม" บี้แผล "ประกันสังคม" ได้สองเด้ง…เจาะยาง "น้ำเงิน" - ซื้อใจผู้ประกันตน 24 ล้านเสียง ** ฮือฮา “พัฒนา” รมว.สาธารณสุข “วรภัค” อดีต รมช.คลัง รวยพันล้าน !

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ข่าวปนคน คนปนข่าว




++ "ส้ม" บี้แผล "ประกันสังคม" ได้สองเด้ง…เจาะยาง "น้ำเงิน" - ซื้อใจผู้ประกันตน 24 ล้านเสียง

แคมเปญ “มีส้ม ไม่มีเทา” ที่พรรคประชาชนเคยตั้งใจจะใช้เป็น "หมัดน็อก" คู่แข่ง แต่แล้วกลับกลายเป็น "บูมเมอแรง" ย้อนฟาดหน้าตัวเอง

เพราะสุดท้าย…ส้มก็มีเทา เข้าทำนอง ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง แบบเถียงไม่ออก ได้แต่กลอกตา

เมื่อมุกแป้ก เกมก็ต้องเปลี่ยน และเกมใหม่ที่ “พรรคส้ม”เลือกหยิบขึ้นมาคือ คำเดียวสั้นๆ แต่แทงใจดำ... “ประกันสังคม”
ไม่ใช่เพราะเพิ่งรู้ว่ามีปัญหา แต่เพราะรู้ดีว่า "ปั่น" เรื่องนี้ ยังไงก็มีแต่ได้ กับได้

เด้งแรก เตะเจาะยาง “น้ำเงิน”

ประเด็นประกันสังคม ไม่ได้ถูกปั่นลอยๆ มันถูก “ล็อกเป้า” ไปที่พรรคสีน้ำเงิน แบบไม่ต้องเอ่ยชื่อ

โดยเฉพาะกรณี "ตึก SKYY9" ที่ตอนนี้ใครๆ ก็เห็นตรงกันว่า ตัวละครที่เกี่ยวข้อง… ไหลไปรวมหมู่ที่ภูมิใจไทย แทบทั้งสิ้น!

"ไอซ์ รักชนก" โพสต์ล่าสุดโยงเอากรณี "หมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ" ที่โดนมติปลดออกจากราชการ

โดยเสียงชี้ขาด มาจากรัฐมนตรีสาธารณสุข ซึ่งเป็น “โควตาภูมิใจไทย” ตามที่รู้กันดี พร้อมทิ้งประโยคแทงใจ...

“ตอนนี้ใครๆ ที่เกี่ยวกับตึก SKYY9 ก็ไหลไปอยู่พรรคภูมิใจไทย กันหมดแล้วค่ะ”

รักชนก ศรีนอก
ต้องบอกว่า ประโยคเดียวของ “ไอซ์ รักชนก”…แต่แสบทั้งแผง!!

พร้อมแจกแจงตัวละครที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ 1. “พัฒนา พร้อมพัฒน์” รัฐมนตรีสาธารณสุข ผู้ใช้อำนาจจัดการ “หมอสุภัทร” อดีตเจ้าของ บริษัท วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน ซึ่งเคยเป็น “เจ้าของมือแรกๆ” ของตึก SKYY9

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เคยถือ แต่อยู่ที่ ไม่เคยตอบ!

ซื้อตึก ปี 2560 ตอนยังเป็นซากร้าง รีโนเวตแล้วขายต่อปี 2562 ในราคา ราว 2,000 ล้านบาท แต่ไม่ยอมบอกราคาซื้อเริ่มต้น และไม่แสดงความเห็น เมื่อราคาตึกพุ่งเป็น 7,000 ล้านบาท !

คำถามง่ายๆ ที่ไม่มีคำตอบ คือช่องว่างชั้นดี ให้ “ส้ม” เอามาแซะไม่หยุด

อนุทิน ชาญวีรกูล
ตัวละครที่ 2 “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน ที่เคยตั้งคณะกรรมการสอบเอง และได้ข้อสรุปชัดว่า...

มูลค่าที่เหมาะสมของตึก SKYY9 ควรอยู่ราว 3,400–3,800 ล้านบาท ลงทุนแพงเกินจริง เร่งรีบผิดปกติและทำให้กองทุนประกันสังคม เสียประโยชน์!!

ผลคือ…อดีตปลัดแรงงาน–อดีตเลขาฯ ประกันสังคม “บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์” โดนเด้ง ทำให้เรื่องนี้ ยังไม่จบ

ตัวละครที่ 3 “สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีแรงงาน ยุคลงทุนซื้อตึก ยุคเดียวกับการลงทุนหุ้น EA และดีลอื่นๆ อีกเพียบ
เป็นยุคที่อะไรดีๆ เกิดขึ้นเยอะ แต่คำถามคือ…ดีกับใคร?

ตัวละครที่ 4 “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีแรงงาน ยุคที่บอร์ดประกันสังคม มาจากการเลือกตั้ง

สุชาติ ชมกลิ่น
แม้ไม่ใช่คนเซ็นซื้อตึก แต่การนั่งอยู่ในอำนาจตรงนี้ ย่อมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร มากกว่าคนนอก

ตัวละครเสริม “ตรีนุช เทียนทอง” อดีตเพื่อนร่วมพรรคของ “สุชาติ” ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีแรงงานมาแล้ว 4 เดือน
แต่เรื่องตึก SKYY9… ยังนิ่งสนิท

คำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบมีแล้ว แต่เกียร์ดันถูกเข้าโหมด ว่างตลอดเวลา

นี่คือคำถามดังๆ “พรรคส้ม” กำลังตีปิ๊บให้สังคมอยากได้คำตอบ โดยท้าทายไว้ว่า หรือกลัวสืบแล้วไปเจอใครที่รู้จักหรือเปล่า ?
แถมยังพยายามเร่งดัน “ระเบียบเลือกตั้งใหม่” ที่ถูกเรียกกันตรงๆ ว่า ระเบียบรัฐประหารบอร์ดประกันสังคม

พิพัฒน์ รัชกิจประการ
เด้งสอง ส้มต้องการซื้อใจ “ผู้ประกันตน”

อย่าลืมว่า…ผู้ประกันตนไทยวันนี้ มากกว่า 24 ล้านคน นี่ไม่ใช่ประเด็นเล็กๆ แต่คือฐานเสียงระดับประเทศ

และนี่คือสนามที่ “ไอซ์ รักชนก” ถนัดมือ ข้อมูลแน่น พูดได้ยาว "ปั่น" ยังไงก็ดูน่าเชื่อ

ยิ่งได้ “พี่ยุทธ” สรยุทธ ทัศนะจินดา กรรมกรข่าว มาเป็นแนวร่วม แนวแซะ ช่วยตั้งคำถามบนหน้าจอ "ติ่งส้ม" ก็ไม่รออะไร ร้องกรี๊ดๆๆ เป็นระยะ

สำนักงานประกันสังคมเองก็มีแผล โดนขุดบ้าง จริงบ้าง เท็จบ้าง พอถูกปั่นหนักๆเข้า คำตอบก็อึกอัก จนเกมไหล

สุดท้ายต้องให้ "เสี่ยหนู" ทำลั๊นลาต่อไม่ได้ น้ำเงินกลัวเจาะยางซ้ำๆ มีเป๋ ว่าแล้ว “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะนายกฯ และ หัวหน้าพรรคน้ำเงิน ก็ต้องออกมาแก้เกมเอง

สั่งให้แถลงข่าวเล่าความจริงไป สำนักงานฯ ก็ย้อนถามกลับว่า..ผิดตรงไหน!? ทำไมต้องแถลง?

เท่านี้ยังไม่พอ ให้ "เอกนิติ" เสนอไอเดียจะผ่าตัดโครงสร้างประกันสังคมให้โปร่งใส เรียกคะแนนคืน

แต่ก็นั่นแหละ ประกันสังคมตอนนี้ ทำให้น้ำเงินมีแผล ส้มเลยมี “แพะ”ให้ขี่ไล่เป็นฝูง

สรุปเรื่องนี้ จับตาดีๆ เกมนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน “คนกรุง” ที่หันมาเทใจให้ส้มด้วยเรื่องเดียว…ประกันสังคม!!

ส่วนน้ำเงิน อุตสาห์เอา "ศุภจี–เอกนิติ–สีหศักดิ์" มาเป็นจุดขายก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

เพราะแผลมันอยู่ลึก และคนดู…เริ่มดูออกแล้วว่า ใครเจ็บ ใครแถ?!

พัฒนา พร้อมพัฒน์
++ ฮือฮา “พัฒนา” รมว.สาธารณสุข “วรภัค” อดีต รมช.คลัง รวยพันล้าน !

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของรัฐมนตรีใหม่ ในรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” ปรากฏว่า ที่ฮือฮาคือ “พัฒนา พร้อมพัฒน์” รมว.สาธารณสุข และ“วรภัค ธันยาวงษ์” ที่รวยระดับพันล้าน

“พัฒนา พร้อมพัฒน์” เป็นลูกชายของ “สันติ พร้อมพัฒน์” อดีต รมช.คลัง อดีตรมช.สาธารณสุข และ อดีตเลขาฯพรรคพลังประชารัฐ

ก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้บริหาร บริษัท วอเตอร์เกทพาวิลเลี่ยน จำกัด ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ พอเข้าสู่การเมือง ก็ได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในโควต้าของพ่อทันที

“พัฒนา” แจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่ามีทรัพย์สิน 60,185,082 บาท เป็นเงินสด 4 ล้านบาท เงินฝาก 12 บัญชี 1,849,450 บาท เงินลงทุน 43,203,403 บาท สิทธิและสัมปทาน 6,212,228 บาท ทรัพย์สินอื่น 3,320,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของสะสมเช่น นาฬิกา มีหนี้สิน 12,110,067 บาท รายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 2,450,000 บาท

ขณะที่คู่สมรส “อัจฉรา รัตนธนาสาร” ซึ่งเป็น ผู้จัดการบริษัท วอเตอร์เกท โฮเต็ล จำกัด และ บริษัท บริหารสินทรัพย์ วิภาวดี จำกัด มีทรัพย์สิน 1,031,943,875 บาท เป็นเงินฝาก 24 บัญชี 36,325,181 บาท เงินลงทุน 940,2765,298 บาท ในจำนวนนี้ เป็นหุ้น บจ.แปซิฟิก แอดไวเซอรี่ เอสเตท 55.9 ล้านบาท หุ้น บจ.นอร์ท มาเล 47.9 ล้านบาท หุ้น อบจ.วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน 569.4 ล้านบาท หุ้น บจ.ไทยอีวี ออโต้ 62.9 ล้านบาท

ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของ “พัฒนา” จึงอยู่ที่ “อัจฉรา” คู่สมรส

วรภัค ธันยาวงษ์
ส่วน “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีต รมช.คลัง มีประสบการณ์ทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยาวนานกว่า 30 ปี โดยตำแหน่งสุดท้ายก่อนมาเป็น รมช.คลัง คือ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารกรุงไทย

“วรภัค” แจ้งต่อป.ป.ช.ว่ามีทรัพย์สิน 39,691,712 บาท เป็นเงินฝาก 5,101,220 บาท เงินลงทุน 3,778,451 บาท ที่ดิน 3 แปลง 7,262,040 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้าน 1 หลัง 3 ล้านบาท ยานพาหนะ 1 คันเป็นรถ Porsche Cayenne E-Hybride มูลค่า 3.5 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 2.4 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นอีก 14,650,000 บาท ของสะสมส่วนใหญ่เป็นาฬิกาหรู ราคาแพง

ส่วนคู่สมรส “กนกพร ศีตวรรัตน์” มีทรัพย์สิน 1,358,514,930 บาท เป็นเงินฝาก 20,245,806 บาท เงินลงทุน 905 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ ในตลาดหลักทรัพย์) ที่ดิน 27 แปลง 211,589,050 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 15 รายการ มีทั้งทาวน์เฮ้าส์ และอาคารชุด รวม 134,676,156 บาท ยานพาหนะ 3 คัน 15.6 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 233,927 บาท ทรัพย์สินอื่น 71,170,000 บาท มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 25,995,700 บาท

รวมแล้ว “วรภัคและคู่สมรส” มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 1,398,206,653 บาท มีหนี้สิน 9,954,783 บาท

“วรภัค” เป็นรมช.คลัง ไม่นานนัก ก็ตั้งโต๊ะแถลงลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากถูกโจมตี ว่ามีเส้นทางการเงินไปถึงเครือข่าย “เบน สมิธ” ซึ่ง “วรภัค” ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องนี้ พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ และได้ฟ้องกลับบุคคลที่ออกมากล่าวหาโจมตีเขา
กำลังโหลดความคิดเห็น