xs
xsm
sm
md
lg

น้ำมันขึ้นแรงหลังพายุซัดถล่มสหรัฐฯ ทองทรงตัว-หุ้นอเมริกาปิดผสมผสาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ราคาน้ำมันขยับขึ้นถึง 3% ในวันอังคาร(27ม.ค.) จากปัญหาด้านการผลิตและส่งออกของสหรัฐฯ ท่ามกลางพายุฤดูหนาวที่ซัดถล่ม ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสาน ตามรายงานผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ขณะที่ทองคำทรงตัวในกรอบแคบๆ หลังทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 1.76 ดอลลาร์ ปิดที่ 62.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์ ปิดที่ 67.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

บรรดาผู้ผลิตน้ำมันสหรัฐฯ สูญเสียกำลังผลิตสูงสุดราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 15% ของกำลังผลิตทั่วประเทศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่พายุฤดูหนาวรุนแรงลูกหนึ่งซัดถล่มเป็นวงกว้าง ก่อความตึงเครียดแก่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดผสมผสานในวันอังคาร(27ม.ค.) ตามแรงฉุดของหุ้นกลุ่มสุขภาพ ขณะเดียวกันก็จับตารายงานประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายที่มีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์นี้

ดาวโจนส์ ลดลง 408.99 จุด (0.83 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,003.41 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 28.37 จุด (0.41 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,978.60 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 215.74 จุด (0.91 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,817.10 จุด

ยูไนเต็ดเฮลท์ กลายเป็นตัวฉุดหุ้นกลุ่มสุขภาพและดัชนีดาวโจนส์ โดยที่ดาวโจนส์แกว่งตัวลงหนัก หลังรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เสนอเพิ่มอัตราการจ่ายเงินชดเชยของบริษัทประกัน ในระบบประกันสขภาพเมดิแคร์ แผนดังกล่าวซ้ำเติมบรรดาบริษัทประกัน ที่ประมาณการจะมีรายได้น่าผิดหวังอยู่ก่อนแล้วสำหรับปี 2026

ในขณะที่บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายมีกำหนดเริ่มเผยแพร่รายงานผลประกอบการรายไตรมาสในสัปดาห์นี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงดีดขึ้นต่อเนื่องจากวันจันทร์(26ม.ค.) โดยที่ ไมโครซอฟต์, เอ็นวิเดีย, แอปเปิล, แอมะซอน และบอร์ดคอม ยังคงเป็นตัวหนุนสำคัญของตลาด

ส่วนราคาทองคำในวันอังคาร(27ม.ค.) ปิดในกรอบแคบๆ แต่ยังคงทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความไม่แน่นอนลากยาวในด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ผลักนักลงทุนหันเข้าถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟีเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 10 เซนต์ ปิดที่ 5,082.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(ที่มา:รอยเตอร์)
กำลังโหลดความคิดเห็น