ทรัมป์กลับลำหลังเจอแรงกดดันจากทั่วสารทิศไม่เว้นแม้แต่ในพรรครีพับลิกันของตัวเอง กรณีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสังหารพลเมืองอเมริกัน 2 คนในเมืองมินนีแอโพลิส ระบุปรับความเข้าใจกับผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาและนายกเทศมนตรีมินนีแอโพลิสแล้ว และเมื่อวันอังคาร (27 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองบางส่วนยังเริ่มทยอยออกจากรัฐดังกล่าว โดยที่มีรายงานว่า ผู้บัญชาการ “ตัวแสบ” เกรเกอรี โบวิโน น่าจะถูกเอาออกไปด้วย
วันอังคาร (27) เจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนีแอโพลิส โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางบางส่วนเริ่มเดินทางออกจากเมืองแล้ว และตนจะผลักดันต่อไปเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เหลือทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการปราบปรามผู้อพยพ ให้ออกจากเมือง
ทั้งนี้ ทำเนียบขาวร้อนใจนั่งไม่ติดหลังคลิปเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิง อเล็กซ์ เพรตตี บุรุษพยาบาลแผนกผู้ป่วยวิกฤต เสียชีวิตระหว่างการประท้วงในมินนีแอโพลิสเมื่อวันเสาร์ (24) กลายเป็นไวรัล กระตุ้นให้ประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วง ขณะที่ 2 อดีตประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตคือ บิลล์ คลินตัน และบารัค โอบามา ก็ออกแถลงประณามเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้อเมริกันชนลุกขึ้นปกป้องเสรีภาพ และแม้แต่พวกสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังร่วมวงโจมตีด้วย
เมื่อถึงวันจันทร์ (26) ทรัมป์เปลี่ยนท่าทีอย่างชัดเจน โดยเปิดเผยว่า ได้พูดคุยและเข้าอกเข้าใจกันอย่างดีกับทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตและก่อนหน้านี้ถูกทรัมป์กล่าวหาบ่อยครั้งว่าทุจริต
ทางด้านสำนักงานผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาแถลงว่า ทรัมป์บอกกับวอลซ์ว่า จะพิจารณาลดจำนวนเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในมินนิโซตา อีกทั้งเห็นด้วยว่า จะกำกับดูแลกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิเพื่อให้แน่ใจว่า มินนิโซตาสามารถเปิดการสอบสวนกรณีการสังหารเพรตตีเอง แทนที่จะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐบาลกลาง ซึ่งไม่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน
ทรัมป์ยังบอกว่า มีความคืบหน้ามากหลังคุยโทรศัพท์กับเฟรย์ ขณะที่นายกเทศมนตรีมินนีแอโพลิส เผยว่า ทรัมป์เห็นด้วยว่า จะปล่อยให้สถานการณ์เรื้อรังแบบนี้ต่อไปไม่ได้ และยังเข้าใจตรงกันว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางบางคนต้องออกจากมินนีแอโพลิสในวันอังคาร
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว สำทับว่า ไม่มีใครในทำเนียบขาว ซึ่งรวมถึงทรัมป์ อยากเห็นประชาชนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมแสดงความเสียใจต่อการตายของเพรตตี ทั้งที่ก่อนหน้านั้นบรรดาสมาชิกชั้นนำในคณะบริหารพากันเรียกผู้ตายว่า “ผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ”
ประชาชนในมินนีแอโพลิสที่ออกมาประท้วงในวันจันทร์ต่างแสดงความโล่งใจที่เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซ์) เริ่มเดินทางออกจากเมือง
นอกจากนั้น ทรัมป์ยังเผยว่า ได้ส่งทอม โฮแมน ผู้รับผิดชอบด้านชายแดนของเขา ไปยังมินนีแอโพลิสในวันจันทร์ โดยจะรายงานตรงต่อตนเอง
สื่ออเมริกันพากันรายงานด้วยว่า เกรเกอรี โบวิโน ผู้บัญชาการประจำหน่วยตระเวนชายแดน ถูกปลดจากภารกิจในมินนีแอโพลิส และจะกลับไปเป็นหัวหน้าหน่วยดูแลชายแดนเพียงช่วงหนึ่งอย่างที่เคยเป็นอยู่ก่อนได้รับการโปรโมตเป็นผู้บัญชาการประจำหน่วย รวมทั้งจะถูกปลดหรือไม่เขาก็จะลาออกเอง ทว่า ทริเซีย แมคลาฟลิน โฆษกกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิซึ่งเป็นต้นสังกัด โพสต์ยืนยันบน X ว่า โบวิโนไม่ได้ถูกปลด
โบวิโนนั้นเป็นผู้สนับสนุนสำคัญในนโยบายการปราบปรามและเนรเทศผู้ลักลอบเข้าประเทศอย่างรุนแรงของทรัมป์ และหลายครั้งเป็นผู้นำกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐบาลติดอาวุธหนักตระเวนทั่วเมืองต่างๆ เขายังรีบสรุปอย่างรวดเร็วว่า เพรตตีเป็นฝ่ายโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางโดยหวังผลให้เกิดความเสียหายมากที่สุด ทำให้เขากลายเป็นที่เกลียดชังของผู้คนจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม แม้ยอมอ่อนข้อลงมาบ้าง ทว่ายังไม่มีสัญญาณว่า ทรัมป์ยอมรามือจากการกวาดล้างผู้อพยพด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ไอซ์สวมหน้ากากติดอาวุธหนักเข้าไปในเมืองต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การบริหารของพรรคเดโมแครต โดยเมื่อวันจันทร์ เลวิตต์ย้ำว่า ยังมีคนต่างด้าวผิดกฎหมายที่เลวร้ายที่สุดที่ต้องเนรเทศอีกนับแสน
แม้นโยบายปราบปรามผู้ลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมายส่งให้ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2024 แต่วิดีโอภาพการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ไอซ์ที่มีให้เห็นทุกวันกลับกำลังเป็นตัวฉุดคะแนนนิยมของทรัมป์ร่วงกราว
มินนีแอโพลิสกลายเป็นศูนย์กลางความวุ่นวาย ปลายสัปดาห์ที่แล้วผู้คนมากมายฝ่าสภาพอากาศหนาวเย็นจัดออกไปชุมนุมประท้วงกรณีเจ้าหน้าที่ไอซ์ ยิงเรเน กู๊ด แม่ลูกสามวัย 37 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ม.ค. โดยกู๊ดถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯยิงในระยะประชิดเช่นเดียวกับเพรตตี
คณะบริหารของทรัมป์ยังเผชิญความกดดันในรัฐสภา โดยพรรคเดโมแครตขู่ขวางร่างอัดฉีดงบประมาณรัฐบาลกลาง ยกเว้นจะมีการปฏิรูปหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง
การเปลี่ยนท่าทีของทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ยังเกิดขึ้นขณะที่สมาชิกรัฐสภารีพับลิกันหลายคนที่ปกติแล้วไม่ค่อยออกมาวิจารณ์ทรัมป์อย่างโจ่งแจ้ง กลับแสดงความกังวลและกระทั่งประณามสิ่งที่เกิดขึ้นในมินนีแอโพลิสอย่างรุนแรง
คริส เมเดล ประกาศถอนตัวจากการลงสมัครเลือกตั้งตำแหน่งผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาในนามพรรครีพับลิกัน โดยบอกว่า การปราบปรามของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเป็นการกระทำเกินขอบเขต และทำให้รีพับลิกันไม่มีทางชนะในรัฐนี้ เขายังประกาศว่า ไม่สามารถเป็นสมาชิกพรรคที่จองเวรจองกรรมกับพลเมืองมินนิโซตาได้อีกต่อไป
เกร็ก แอ็บบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเทกซัสที่สนับสนุนการกวาดล้างผู้อพยพของทรัมป์อย่างแข็งขันมาตลอด ให้สัมภาษณ์กับมาร์ก เดวิส ผู้จัดรายการวิทยุแนวอนุรักษนิยมว่า ทำเนียบขาวจำเป็นต้อง “ปรับเทียบ” สิ่งที่ดำเนินการอยู่ในมินนิโซตา ขณะที่ฟิล สก็อตต์ ผู้ว่าการรัฐเวอร์มอนต์ จากรีพับลิกันเช่นเดียวกัน เรียกร้องให้ทรัมป์รีเซ็ตและแก้ไขสถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่ในขณะนี้
(ที่มา: เอเอฟพี/เอพี/รอยเตอร์)

