xs
xsm
sm
md
lg

ประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์ แรง แต่ยังไม่พอ!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เมืองไทย 360 องศา

พิจารณาจากบรรยากาศ และจากผลสำรวจที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ และตัวหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือว่า “มาแรง” และผลสำรวจล่าสุดของ “นิด้าโพล” ที่เพิ่งออกมามีการสำรวจเจาะจงเฉพาะในพื้นที่เลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช ผลออกมา ก็ถือว่าทำให้บรรดาพลพรรคน่าจะดีใจกันพอสมควร เพราะชี้ว่าได้รับความนิยมนำห่างคู่แข่งแบบ “ขาด”เลยทีเดียว

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนนครศรีธรรมราช” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19 – 21 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนนครศรีธรรมราชจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 51.45 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 2 ร้อยละ 16.40 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 14.34 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 10.50 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 1.78 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) ร้อยละ 5.34 ระบุอื่น ๆ ได้แก่

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย) นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล (พรรคปวงชนไทย)นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคทางเลือกใหม่) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) นางสาวตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย) พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.19 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับพรรคการเมืองที่คนนครศรีธรรมราชมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 51.08 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 16.87 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.18 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 8.43 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 5 ร้อยละ 2.25 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.41 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 1.31 ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 3.00 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคโอกาสใหม่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคกรีน และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.47 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนนครศรีธรรมราชมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 53.70 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 ร้อยละ 16.31 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.93 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 4 ร้อยละ 6.95 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 5 ร้อยละ 1.87 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.59 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.28 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และร้อยละ 0.37 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

จากผลสำรวจดังกล่าวก็สะท้อนภาพออกมาชัดเจนว่า พรรคประชาธิปัตย์ และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาได้รับความนิยมในจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกครั้ง และหากผลสำรวจออกมาไม่คลาดเคลื่อน มันก็คงกระเพื่อมไปถึงจังหวัดอื่นๆในภาคใต้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสำคัญ เช่น สงขลา สุราษฎร์ธานี เป็นต้น ที่เวลานี้กระแสของพรรคกำลังแรงขึ้น และโดยเฉพาะผลสำรวจในจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ออกมาทำให้มีการระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาขยายพื้นที่ได้อีกครั้ง หลังจากคราวที่แล้วต้องเสียพื้นที่ให้กับพรรคคู่แข่ง โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.เขต จำนวน 6 คน จากจำนวน 10 เขต และในการเลือกตั้งปี 69 คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ลดเหลือ 9 เขต ทำให้ในแต่ละพื้นที่มีการแข่งขันกันสูง

สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ อาจเรียกได้ว่าเป็น “เมืองหลวง” ทางการเมืองของพวกเขามาช้านาน เป็นจังหวัดใหญ่ และยังถือว่า เป็น “พื้นที่การเมือง” เข้มข้นมากทีเดียว

อย่างไรก็ดี แม้ว่าผลสำรวจที่ออกมาเป็นไปในทางบวกกับพรรคประชาธิปัตย์ และตัวหัวหน้าพรรค คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ตาม แต่หากพิจารณากันตามความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมไปถึงจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ หากได้กลับมามันก็เหมือนกับการชิงพื้นที่กลับคืนมาเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแชมป์ภาคใต้อยู่แล้ว

ดังนั้น ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์ กวาดที่นั่งในภาคใต้กลับมาได้ มันก็เป็นเพียงการเพิ่มจำนวน ส.ส.ให้พรรคมากขึ้นเท่านั้น ขณะที่ในพื้นที่อื่น เช่น กรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ และภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ยังกลายเป็นจุดบอดอยู่เช่นเดิม ซึ่งผลสำรวจที่ผ่านมาก็สะท้อนภาพออกมาแบบนั้น

แต่ไม่ว่าอย่างไร การที่พรรคประชาธิปัตย์และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ไม่ว่าจะเป็นผลสำรวจ และบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในพรรคตอนนี้ ถือว่ามีแนวโน้มที่ดี แต่ในความเป็นจรงแล้ว พวกเขายัง “ไม่อาจสร้างกระแสที่แรงพอ” ที่จะดันขึ้นมา จนกลายเป็นพรรค “ขั้วชิง” กับพรรคอื่น ไม่ว่าจะเป็น ภูมิใจไทย ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคประชาชน ที่นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และพรรคเพื่อไทย ที่ตอนนี้มี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นตัวแทนของครอบครัว “ชินวัตร”

ดังนั้น หากพิจารณาจากบรรยากาศและ ความนิยมที่บอกว่า “แรงขึ้น” ของ พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของ นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะออกมาในลักษณะประมาณว่า เป็นเหมือนการกลับมาสู่อ้อมอก ของพวกแฟนคลับดั้งเดิม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้หันเหออกไปเลือกพรรคอื่น หลังจากที่ผิดหวังจากท่าทีและจุดยืนของพรรคและหัวหน้าพรรคคนก่อน หรือแม้แต่การผิดหวังท่าทีทางการเมืองของ นายอภิสิทธิ์ เองด้วย ในช่วงการเลือกตั้งคราวก่อน ที่เขาประกาศ “ทิ้งทุ่น” ไม่เอา “ลุงตู่” นั่นแหละ

แต่คราวนี้ เมื่อบรรยากาศเปลี่ยนไป และหากบอกว่าที่ผ่านมาถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ถึงจุดต่ำสุดแล้ว ก็ได้เวลาที่จะกระเตื้องขึ้นมาจากฐานเดิม ทำให้บรรดาแฟนคลับกลับมา แต่ต้องบอกว่า “ไม่ใช่ทั้งหมด” เพราะมีไม่น้อยที่ “ตัดขาด” ไปเลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเคยผิดหวังทั้งกับพรรคและตัวของ นายอภิสิทธิ์ เอง และที่ผ่านมาเคยได้รับโอกาสมาแล้ว หลายคนคงเห็นบทบาทในฐานะนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ส่วนจะเป็นอย่างไรให้ตัดสินกันเอง

เอาเป็นว่า แม้จะยอมรับกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ ในตอนนี้กำลัง “แรง” แต่ความหมายก็คือ “ไม่แรงแบบฟีเวอร์” เพราะถือว่า ได้ผ่านพ้นจุดนั้นไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือ ต้องรักษาฐานเดิมกลับมาให้ได้มากที่สุด และเมื่อมาถึงนาทีนี้ก็ยังเป็นคำถาม แม้กระทั่งในภาคใต้ที่ถือว่าเป็นเมืองหลวงทางการเมือง ก็เชื่อว่ายังกวาดไม่ได้ทั้งหมดแน่นอน !!
กำลังโหลดความคิดเห็น