"บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายเตือนประธานรัฐสภา อ้างหลักฐานคดีสินบนทองคำ ตำรวจได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ย้ำ ตำรวจทำคดีไม่ได้ตั้งแต่ต้น ไล่ไปดูกฎหมายตั้งแต่ รธน. ยัน พ.ร.ป.ฯ โวยใช้โมเดลเดิมๆ เพื่อออกหมายจับได้ง่าย
วันที่ 26 ม.ค.2569 ที่รัฐสภา นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบอำนาจมาจาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์เพื่อมายื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา ในประเด็นที่สืบเนื่องจากคำแถลงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีสินบนทองคำ ซึ่ง ป.ป.ช.มีมติส่งสำนวนคืนกลับให้ตำรวจ
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจไม่มีอำนาจพิจารณาสำนวนคดีทองคำและ ป.ป.ช.ไม่สามารถส่งกลับคืนไปให้ตำรวจ ซึ่งเมื่อจำนวนถูกส่งกลับคืนตามกระบวนการทางกฎหมาย ตำรวจไม่สามารถทำการสืบสวนสอบสวน และไม่สามารถดำเนินการแยกสำนวนได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญคดีความที่เกี่ยวเนื่องกับกรรมการ ป.ป.ช. และผู้ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นตัวการรวมถึงผู้สนับสนุนให้สินบนต่างๆ กระบวนการตรวจสอบจะต้องเริ่มต้นที่ประธานรัฐสภา ดังนั้น ตำรวจไม่มีอำนาจดำเนินการด้านคดี จึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่ตำรวจรับสำนวนคืนจาก ป.ป.ช. และทำการสืบสวนอาจเป็นการกลั่นแกล้งบิ๊กโจ๊กให้รับโทษในคดีอาญาหรือไม่
นายสัญญาภัชระ กล่าวต่อว่า คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า การกล่าวหาและดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก แต่ความจริงแล้วเคยเกิดขึ้นแล้วหลายคดี จะเห็นได้จากตามบันทึกข้อความของกองคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บันทึกความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ตลอดจนเคยมีบุคคลที่อ้างว่าได้รับความเสียหายโดยตรงไปยื่นฟ้องต่อศาล และศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาหลายคดีแล้ว หากพิจารณาบันทึกข้อความกองคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการดำเนินคดี ป.ป.ช. จะพบว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติในยุคนั้น พิจารณากฎหมาย 3 ฉบับ และวินิจฉัยว่าพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจรับคำกล่าวหา ทำได้เพียงรับแจ้งไว้เป็นหลักฐาน และต้องแจ้งให้ผู้กล่าวหาไปดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจรับคำกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย พยานหลักฐานที่ได้จากการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงรับฟังไม่ได้ ประกอบกับพนักงานสอบสวนบางรายก็เป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง กระบวนการสอบสวนทั้งหมดของพนักงานสอบสวนทั้งหมดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560
นายสัญญาภัชระ ย้ำว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจส่งสำนวนไปให้กับกรรมการ ป.ป.ช. ด้วย เพราะคดีไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มาตั้งแต่ต้น แล้วกรณีที่พนักงานสอบสวนจะส่งสำนวนและพยานหลักฐานให้ประธานรัฐสภา หรือประธานวุฒิสภาซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาก็ต้องพิจารณาส่วนการสอบสวนและพยานหลักฐานดังกล่าวว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้ส่งมอบอำนาจจำนวนและพยานหลักฐานเป็นผู้ขัดแย้งกับผู้ถูกกล่าวหาทางรายชื่อหรือไม่ มีเหตุกกลั่นแกล้งหรือไม่ ประธานรัฐสภาต้องตรวจสอบรายละเอียดเรื่องนี้อย่างรอบคอบก่อนส่งไปยังประธานศาลฎีกา
“เหมือนภาษิตกฎหมายที่ว่า หากผลไม้จากต้นไม้มีพิษ ผลไม้ย่อมมีพิษ เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว ต้องการป้องกันการกลั่นแกล้งกรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหา ดังนั้น ประธานรัฐสภาจะต้องใช้ความละเอียดรอบคอบอย่างมาก ไม่อย่างนั้น ประธานรัฐสภาอาจฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญเสียเอง” นายสัญญาภัชระ กล่าว
ส่วนกรณีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นรองหัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกิดขึ้นใหม่นั้น นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า คำกล่าวหานั้นอาจคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างยิ่ง พร้อมย้อนถามว่า ท่านทราบว่ากฎหมายกำหนดไว้อย่างไร ใครมีอำนาจสอบสวนหรือไต่สวน และการดำเนินคดีกับกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก วันนี้ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ มอบหมายให้ ตนในฐานะทนายความ มีหนังสือถึงประธานรัฐสภาคัดค้านการรับสำนวนและพยานหลักฐานจากพนักงานสอบสวนที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ประธานรัฐสภาใช้ความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และรายละเอียดอื่นๆ ให้ครบถ้วนรอบด้านก่อน ก่อนจะส่งให้ประธานศาลฎีกา
เมื่อถามถึงความคาดหวังว่าการส่งสำนวนของตำรวจมาที่รัฐสภาในอนาคตตำรวจจะดำเนินคดีกับ พ.ต.อ. ภาคภูมิ ด้วยหรือไม่ นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พยายามสะท้อนไปถึงตำรวจอยู่หลายครั้งว่า พ.ต.อ. ภาคภูมิ ปรากฏภาพอยู่ในคลิปวิดีโอที่มีการนำทองไปส่งมอบ เพราะฉะนั้นก็ถือเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด ไม่ต่างอะไรกับผู้ต้องหา แต่ตำรวจก็ยังไม่ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ. ภาคภูมิ
ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีกระแสข่าวว่าบิ๊กโจ๊กหลบหนี นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า เป็นการใช้โมเดลเดิมๆ เพื่อที่จะได้ง่ายในการฃออกหมายจับได้
ขณะที่ช่วงหลังการแถลงข่าวทนายความต่อสายพูดคุยโทรศัพท์กับบิ๊กโจ๊ก ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเพียงสั้นสั้น ด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “ตอนนี้สบายดีไม่ได้มีความกังวลใดๆ หากมีข้อสงสัยเรื่องคดีสามารถสอบถามกับทนายความได้เลย“

