xs
xsm
sm
md
lg

'ไวรัสนิปาห์' ระบาดอินเดีย สธ.มั่นใจไม่กระทบไทย เพิ่มมาตรการคัดกรอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไวรัสนิปาห์ระบาดอินเดีย สธ.ไทยยันยังไม่กระทบ สั่งยกระดับมาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงสูงสุด ป้องกันเชื้อร้ายเข้าประเทศ ชี้เป็นโรคติดต่ออันตราย อัตราเสียชีวิตสูง

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดียยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิด หลังทางการอินเดียยืนยันพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยได้เร่งใช้มาตรการกักกันและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่ประเทศไทยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาด เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศ

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากรายงานล่าสุดพบผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดียรวม 5 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ตรวจพบในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทางการอินเดียได้ดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน ทั้งการกักกันผู้สัมผัสใกล้ชิดและการเฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอล

สำหรับประเทศไทย กรมควบคุมโรคได้มอบหมายให้กองระบาดวิทยา ซึ่งเป็นจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศประจำประเทศไทย (IHR-NFP) ประสานติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมด้านการเฝ้าระวังโรค โดยได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หากพบผู้ที่มีไข้สูงหรือมีอาการเข้าได้กับโรค จะมีการคัดกรองเพิ่มเติม ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทันที

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวเพิ่มเติมว่า โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง สามารถก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาท และมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยในคน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรคดังกล่าวถูกจัดเป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดให้ต้องรายงานทันทีเมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย

ผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์อาจมีอาการตั้งแต่ไม่แสดงอาการ ไปจนถึงการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันและสมองอักเสบที่อาจเสียชีวิตได้ อาการเริ่มต้นมักมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาเจียน และเจ็บคอ ก่อนพัฒนาเป็นอาการทางระบบประสาท เช่น ง่วงซึม ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง และสมองอักเสบเฉียบพลัน บางรายอาจมีปอดอักเสบและภาวะหายใจล้มเหลวรุนแรง ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดอาการชักและเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24–48 ชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้ที่รอดชีวิตจากสมองอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ดี แต่ประมาณร้อยละ 20 อาจมีผลกระทบทางระบบประสาทในระยะยาว

ไวรัสนิปาห์สามารถติดต่อได้ 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การติดต่อจากสัตว์สู่คน ผ่านการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ติดเชื้อ โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคหลัก และสุกรซึ่งเป็นโฮสต์กึ่งกลาง การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน เช่น ผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของค้างคาว หรือการดื่มน้ำจากช่อดอกมะพร้าวหรืออินทผลัมที่ปนเปื้อน และการติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ซึ่งมักพบในกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณ 4–14 วัน หลังสัมผัสเชื้อ แต่บางรายอาจยาวนานถึง 45 วัน ประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้โดยล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยกัดหรือผลไม้ที่ตกอยู่กับพื้น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย ปรุงอาหารให้สุก และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้สดจากต้น หากมีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงและมีอาการน่าสงสัย ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงเพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็ว

ขณะเดียวกัน กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกประกาศคำแนะนำถึงคนไทยที่พำนักหรือมีแผนเดินทางไปยังรัฐเวสต์เบงกอล รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยวและแสวงบุญใกล้เคียง เช่น พุทธคยา ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติตน ติดตามข่าวสารจากทางการอินเดียอย่างใกล้ชิด รักษาสุขอนามัย สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่เสี่ยง หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วย และสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือเว็บไซต์กรมควบคุมโรค และในกรณีฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา หรือสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
กำลังโหลดความคิดเห็น