xs
xsm
sm
md
lg

สุ่มแจกเงิน 9 ล้าน นโยบายไร้ยางอาย 'เพื่อไทย' ไม่เคยเปลี่ยน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สะพัดเสียงวิจารณ์นโยบายสุ่มแจกเงิน 9 ล้านของเพื่อไทย นักการเมืองรุมสับว่าไม่คุ้มค่าและสิ้นเปลืองงบประมาณ ชี้เอาเงินไปพัฒนาคนดีกว่า ซ้ำโดนซัดแรงว่าไร้ยางอายและอาจไม่โปร่งใส

พรรคเพื่อไทย เพิ่งได้เปิดตัว นโยบาย “รวยทุกวัน 9 ล้าน 9 คน” ปรากฎว่าได้รับเสียงวิจารณ์มากกว่าน่าชื่นชม โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ในแง่การปฏิบัติอาจทำได้จริง แต่ในมุมของนโยบายสาธารณะและประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม โดยตั้งข้อสังเกตว่า เงินงบประมาณกว่า 3,000ล้านบาทต่อปี หากนำไปแจกเพื่อให้คนมีโอกาสรวยทางลัดวันละ 9คน อาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการนำไปพัฒนาศักยภาพของคน

“ถ้าจะทำ ก็คงทำได้ แต่ว่าผมก็พยายามคิดอยู่ว่าเหตุผลในเชิงนโยบายสาธารณะเชิงประโยชน์ทางเศรษฐกิจเนี่ยมันคืออะไร ถ้าสมมุติเราตีคร่าวๆว่าวันละ 9ล้านบาท ปีนึงสัก 3,000กว่าล้าน ผมก็คิดว่าเอาเงิน3,000 มาให้คนล้านคน เขาปรับปรุงทักษะเขามันจะไม่ดีกว่าหรือเราคิดว่าเอ่อ การอาจจะทำให้คนมีความรู้สึกว่ามีโอกาสรวยขึ้นมาเฉลี่ยได้ วันละ 9 คน แต่จริงๆแล้วในแง่ของเศรษฐกิจภาพรวม ความยั่งยืน ความเป็นธรรม คิดว่าเงินจำนวนนี้ไปใช้อย่างอื่น น่าจะดีกว่า” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความคิดเห็นว่า "รอบนี้ผมตั้งใจหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพรรคอื่นมาตลอด ตั้งใจปล่อยให้ประชาชนพิจารณากันเอง แต่นโยบายสุ่มแจกวันละ 9 ล้านบาทนี่น่าผิดหวังจริงๆ นอกจากสิ้นเปลืองแล้ว วิธิการ ‘สุ่มเลือก’ จากกลุ่มต่างๆ ก็ขาดความโปร่งใสอย่างสิ้นเชิง สุดท้ายผมจะไม่แปลกใจว่าผู้ได้รับเงินจะเป็นหัวคะแนนหรือพรรคพวกของเพื่อไทย

ก่อนหน้านี้ผมเห็นเพื่อไทยพยายามเปลี่ยน look ใหม่ด้วยมาดวิชาการของ ดร. ยศชนัน ผมก็นึกว่าเพื่อไทยอาจจะเปลี่ยนจริง แต่แล้วก็ยังเหมือนเดิม เอาเงินภาษีมาแจกแบบไม่มียางอาย ไร้เป้าหมายทางเศรษฐกิจหรือสังคม"

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า หากมองในแง่งบประมาณ ใช้ไม่มาก ทั้งโครงการใช้เพียงแค่ปีละ 3,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น แต่ต้องไปที่ประสิทธิภาพของโครงการมากกว่า เพราะคนที่ได้รับประโยชน์มีเพียงแค่ 2,000 คนต่อปีเท่านั้น และหาก โอกาสที่จะถูกรางวัลมีน้อยก็อาจจะไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้คนเข้าไปอยู่ในระบบ.

ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า เป้าหมายของนโยบายนี้ คือการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายต่างๆเพื่อให้เห็นกลไกราคาได้อย่างชัดเจน เมื่อทุกคนรับใบเสร็จและนำเข้าสู่ระบบแล้ว ข้อมูลต่างๆจะถูกรวบรวมไว้ทั้งหมด ดัเมื่อเรารู้ข้อมูลของแต่ละคนแล้ว จะทำให้สามารถคาดการณ์เรื่อง GDP รายรับ รายจ่ายต่างๆได้ และสามารถออกแบบนโยบายการช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ดีขึ้น โดยหากนำเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบก็จะสามารถดูแลในส่วนของเงินที่ให้คนไทย9ล้าน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพิจารณาไว้แล้ว และจะส่งข้อมูลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
กำลังโหลดความคิดเห็น