เจ้าหน้าที่ลาดตระเวณชายแดนรายหนึ่ง ยิงชายคนหนึ่งเสียชีวิตในมินนีโอปาลิส เมื่อวันเสาร์(24ม.ค.) ถือเป็นเหตุการณ์ยิงเสียชีวิตรายที่ 2 ในเดือนมกราคม ท่ามกลางการยกระดับบังคับใช้กฎหมายปราบปรามคนเข้าเมืองผิดกฎหมายในเมืองทางเหนือของอเมริกาแห่งนี้ ที่โหมกระพือความขุ่นเคืองแก่พวกชาวบ้านและนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งพากันออกมาประท้วงด้วยความเดือดดาลก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ลาดตระเวณชายแดนลั่นไกยิงปกป้องตนเอง หลังจากพยายามเข้าปลดอาวุธชายคนหนึ่ง ที่ทางตำรวจท้องถิ่นบอกว่าเป็นพลเมืองอเมริกา พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางอ้างว่าชายคนดังกล่าวถูกยิงตอนที่กำลังมุ่งเข้าพวกเขาพร้อมอาวุธปืนสั้นและแม็กกาซีนบรรจุกระสุน
"มันดูเหมือนเป็นสถานการณ์ที่บุคคลหนึ่งต้องการก่อความเสียหายขั้นร้ายแรงสุดและฆาตกรรมหมู่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย" เกรกอรี โบวิโน หัวหน้าเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวณที่ปฏิบัติการในพื้นที่กล่าวอ้างระหว่างแถลงข่าว และเล่าต่อว่าเขาและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ อยู่ระหว่างควานหาตัวคนเข้าเมืองผิดกฎหมายรายหนึ่ง ก่อเกิดเหตุยิงกัน โบวิโน ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าอะไรที่นำไปสู่เหตุยิงเสียชีวิต โดยบอกเพียงว่ามันกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน
ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างผู้บริหารรัฐเดโมแครตและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่บอกว่าการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหลายพันคนทำให้เมืองมินนีอาโปลิสมีความปลอดภัยน้อยลง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และแกนนำรีพับลิกันรายอื่นๆ ที่กล่าวหาพรรคเดโมแครต โหมกระพือการต่อต้านและล้มเหลวในการปกป้องเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
อย่างไรก็ตาม ไบรอัน โอฮารา ผู้บัญชาการตำรวจมินนีอาโปลิส บอกว่าชายที่ถูกสังหารในวันเสาร์(24ม.ค.)นั้น เป็นพลเมืองวัย 37 ปีของเมืองแห่งนี้ และครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงไม่มีประวัติอาชญากรรมอื่นใด นอกเหนือจากทำปิดกฎจราจรเท่านั้น
จาค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีมินนีอาโปลิส เรียกร้องยุติปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ในรัฐมินนิโซตาในทันที เช่นเดียวกับผู้ว่าการรัฐและวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ 2 ราย ที่เรียกร้องให้ถอนเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลางออกไป
ทรัมป์ ซึ่งได้รับฟังรายงานสรุปเกี่ยวกับเหตุยิงแล้ว แต่เขากล่าวหาเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง โหมกระพือการต่อต้าน "นายกเทศมนตรีและผู้ว่าการรัฐปลุกปั่นการลุกฮือ ด้วยวาทกรรมเสแสร้ง อันตรายและจองหองของพวกเขา" ผู้นำสหรัฐฯเขียนบนสื่อสังคมออนไลน์
เหตุยิงคนเข้าเมืองเสียชีวิตล่าสุด มีขึ้น 1 วัน หลังจากมีผู้คนมากกว่า 10,000 ราย เดินขบวนไปตามท้องถิ่นสายต่างๆ เพื่อประท้วงการประจำการเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางกว่า 3,000 นาย ที่ได้รับคำสั่งจากทรัมป์ให้เข้ามายังรัฐแห่งนี้
การประท้วงครั้งนี้มีขึ้นสืบเนื่องจากความขุ่นแค้นของพวกชาวบ้านจากเหตุการณ์ต่างๆนานาหลายเหตุการณ์ ในนั้นรวมถึงการสังหาร เรนี กู้ด พลเมืองสหรัฐฯ, การเข้าควบคุมพลเมืองอเมริการายหนึ่งที่ถูกพาออกจากบ้านในสภาพที่ยังสวมกางเกงใน และการควบคุมตัวเด็กนักเรียนหลายคน ในนั้นรวมถึงเด็กชายวัย 5 ขวบ
(ที่มา:รอยเตอร์)

