xs
xsm
sm
md
lg

เจาะปม สปสช.ดิ้นแก้กฎหมายจัดซื้อยา! ย้อนรอยเงินทอน 3% ล่องหนนับร้อยล้าน?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิดโปงขบวนการจัดซื้อยาหมื่นล้าน! หลังพบ สปสช. ไร้อำนาจตามกฎหมายแต่ยังเดินหน้าใช้เครือข่ายโรงพยาบาลบังหน้าสั่งซื้อยาแทน จับตาปริศนาเงินส่วนลด 3% จากองค์การเภสัชฯ กว่า 300 ล้านบาทที่หายไปจากบัญชีงบประมาณ จี้ตรวจสอบการล็อกสเปกเอื้อเครือข่ายทุนยา ขณะที่เจ้าตัวเร่งเสนอแก้ พรบ. หวังฟอกตัวให้ถูกระเบียบ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ 'ยอมรับความผิดทางอ้อม' หรือไม่?

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ อดีตผู้สมัคร สส.เชียงราย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ค “หมอเอก Ekkapob Pianpises” ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการพยายามเข้ามารวมศูนย์จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ชี้ อาจมีการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทในเครือข่ายผ่านการกำหนดสเปกและราคา โดยใช้ช่องโหว่จากการจัดซื้อผ่าน "องค์การเภสัชกรรม" ซึ่งเป็นการยกเว้นระบบจัดซื้อจัดจ้างปกติ ทำให้เกิดผลประโยชน์ 2 ต่อ ทั้งจากกำไรการขายและเงินส่วนลด ทั้งนี้ นายแพทย์เอกภพ ได้ระบุข้อความว่า

"ทำไม สปสช. อยากจัดซื้อยาเอง ?!!!! ....

จากการตรวจสอบของ DSI และ สตง. เมื่อปี 57-58 สรุปข้อมูลว่า "สปสช. ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์เอง" และ มีข้อมูลว่าเงินส่วนลดจากองค์การเภสัชกรรม 3% ถูกโอนกลับเข้าบัญชีเงินสวัสดิการ สปสช. กว่าร้อยล้านบาทต่อปี ซึ่งบัญชีนี้ไม่เคยถูกรับรู้ในรายงานรับ-จ่ายเงินของ สปสช. ในรายงานประจำปี และไม่ปรากฏในรายงานเงินนอกงบประมาณในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี

พอมีการทักท้วง.... กลายเป็นว่าตอนนี้เงินส่วนที่ได้รับกลับมาจากองค์การเภสัชฯ หายไปแบบไร้ร่องรอย ?!!!!

จากมติบอร์ด สปสช. ที่สืบค้นข้อมูลได้
พบว่ามีการตั้งงบประมาณก้อนนี้ไว้ 11,151.4 ล้านบาท ถ้าองค์การเภสัชกรรมทอนให้ 3% จะเป็นเงิน 334.542 ล้านบาท !!!!!!

เท่านั้นยังไม่พอ....
เนื่องจากการจัดซื้อเป็นการดำเนินการผ่านองค์การเภสัชกรรม ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของระบบการจักซื้อจัดจ้างปกติ

มีคำถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีใครบางคน บางกลุ่มที่อำนาจตัดสินใจในการกำหนดสเป็ค กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไขการจัดซื้อ จะให้บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายเอาของที่จะซื้อนำมาขายให้องค์การเภสัชฯ แล้วองค์การเภสัชฯ นำมาขายต่อให้กับเครือข่าราชวิถีที่ตั้งขึ้นมาหวังเลี่ยงกฏหมายเพื่อให้ สปสช. จัดซื้อได้ ?!!!

เท่ากับว่าถ้าเป็นจริง.... จะมีก้อนผลประโยชน์สองก้อน

ก้อนแรก จากกำไรที่บริษัทขายของซึ่งถูกล็อคสเป็คไว้ให้กับองค์การเภสัชฯ

ก้อนสอง จากเงินส่วนลด 3% ที่เป็นไปตามระเบียบองค์การเภสัชฯ

การอ้างเหตุผลเพื่อจัดซื้อกลางอาจมีแรงจูงใจที่หอมหวานจากผลประโยชน์ใช่หรือไม่

ในช่วง คสช. มีมาตรา 44 ในมือ.... มีความพยายามจะให้ออกประกาศรับรองการจัดซื้อยาโดย สปสช. เป็นสิ่งที่ถูกต้อง

แต่.... ประกาศ คสช. ที่ 41/2560 ได้อนุญาตให้ทำได้เฉพาะในปีงบประมาณ 2560 เท่านั้น แล้วระบุว่าให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฏหมายให้ถูกต้อง

ปรากฏว่า กฏหมายไม่ได้ถูกแก้ไข แต่เลี่ยงไปตั้งเครือข่ายการจัดซื้อยาที่มีแม่ข่ายคือโรงพยาบาลราชวิถี !!! ...... เลี่ยงกฏหมายกันแบบนี้เลย?!!!
และก็ยังทำแบบนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ล่าสุด... สปสช. ดิ้นต่อโดยการเสนอแก้ พรบ. ให้ สปสช. มีอำนาจหน้าที่จัดซื้อยา เวชภัณฑ์
ก็เหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่นั้นไม่ถูกต้อง"


กำลังโหลดความคิดเห็น