สหรัฐฯกำลังตามหาด้วยความกระตือรือร้นคนวงในรัฐบาลคิวบา ที่จะช่วยบงการการเปลี่ยนแปลงการปกครองในฮาวานา ในช่วงปลายปีนี้ ตามรายงานของวอลล์สตรีท เจอร์นัล เมื่อวันพุธ(21ม.ค.) อ้างอิงเจ้าหน้าที่อเมริกาที่ไม่ประสงค์เอ่ยนาม ที่ใกล้ชิดกับประเด็นนี้
วอลล์สตรีท เจอร์นัล เน้นว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังฮึกเหิมจากการที่สามารถโค่นอำนาจประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา และกำลังใช้แนวทางดังกล่าว เป็นพิมพ์เขียวสำหรับการยึดครองคิวบา
รายงานข่าวระบุ พวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเชื่อว่า เศรษฐกิจของคิวบา "ใกล้ล่มสลายแล้วและรัฐบาลคิวบาไม่เคยเปราะบางเช่นนี้มาก่อน หลังสูญเสียอุปการคุณสำคัญอย่างมาดูโร" แม้มีข่าวว่าพวกเจ้าหน้าที่อเมริกายังไม่มีแผนอย่างเป็นรูปธรรม แต่พวกเขาได้ประชุมหารือกับชาวคิวบาพลัดถิ่นและกลุ่มภาคประชาสังคมคิวบาไปแล้ว ในไมอามีและในวอชิงตัน ในความพายามหาตัวเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลคิวบารายหนึ่งๆ ที่อาจต้องการ "เจรจาต่อรองทำข้อตกลง"
ทั้งนี้รายงานข่าวของวอลล์สตรีท เจอร์นัล มีขึ้นตามหลังวอชิงตันยกระดับคำขู่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ โดย ทรัมป์ ขีดเส้นตาย คิวบา เมื่อช่วงต้นเดือน เร่งเร้าให้พวกเขาทำข้อตกลงก่อนที่จะสายเกินไป
เขาอ้างว่าเกาะแห่งนี้ ซึ่งสูญเสียน้ำมันอุดหนุนจากเวเนซุเอลา "ใกล้ล่มสลายแล้ว" และปล่อยมุก "ฟังดูดีนะ สำหรับผม!" ตอบกลับโพสต์ๆหนึ่งบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่บ่งชี้ว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ อาจก้าวมาเป็นผู้นำของคิวบาในอนาคต
รายงานข่าวเกี่ยวกับแผนเปลี่ยนการปกครองในคิวบา มีขึ้นไม่กี่สัปดาห์ หลังจากกองทัพสหรัฐฯปฏิบัติการจู่โจมทางทหารในเวเนซุเอลา ผลก็คือลักพาตัวประธานาธิบดีมาดูโรและภรรยา เช่นเดียวกับมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทั้งเวเนซุเอลาและคิวบา เสียชีวิตหลายสิบราย
ปฏิบัติการของสหรัฐฯโหมกระพือเสียงประณามจากนานาชาติ ในนั้นรวมถึง เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ที่โวยวายว่ามันเป็น "การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง"
(ที่มา:วอลล์สตรีท เจอร์นัล/อาร์ทีนิวส์)

