xs
xsm
sm
md
lg

'ประกันสังคม' ทนไม่ไหวโต้เดือด ปมลงทุนผลาญเงินผู้ประกันตน 'ตรีนุช' สั่งตรวจสอบด่วน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประกันสังคมโต้เดือดปมร้อนลงทุนผลาญเงินผู้ประกันตน หลังถูกวิจารณ์หนักเรื่อง TU Dome และงบโรงอาหาร ด้านรัฐมนตรีแรงงานสั่งสอบด่วน ขีดเส้น 24 ชั่วโมง ย้ำเงินทุกบาทต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้

สำนักงานประกันสังคมออกมาชี้แจงกระแสวิพากษ์วิจารณ์การบริหารเงินกองทุน ทั้งกรณีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ TU Dome ที่มูลค่าลดลงจากเงินลงทุนเดิม และกรณีการใช้งบปรับปรุงโรงอาหารสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 จนกลายเป็นประเด็นสังคมและกระทบความเชื่อมั่นผู้ประกันตน ส่งผลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่าเงินทุกบาทเป็นของผู้ประกันตน ต้องใช้ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ระยะยาวเป็นสำคัญ

ในรายละเอียดนั้น นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีการนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ TU Dome ว่า ภาพรวมฐานะทางการเงินของกองทุนยังมีความมั่นคง ปัจจุบันปี 2568 มีเงินลงทุนสะสมในสินทรัพย์ต่าง ๆ รวมเกือบ 3 ล้านล้านบาท และสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในระยะยาว เงินลงทุนสะสมของกองทุนรวมทั้งสิ้นกว่า 2.85 ล้านล้านบาท มาจากเงินสมทบของนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินงานสามารถสร้างผลตอบแทนสะสมกว่า 1.13 ล้านล้านบาท เฉพาะปี 2568 ให้ผลตอบแทนที่รับรู้แล้วกว่า 80,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.1 ของพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนยึดหลักเสถียรภาพเป็นอันดับแรก โดยกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูงเป็นสัดส่วนหลัก และผ่านการพิจารณาจากหลายคณะกรรมการเพื่อถ่วงดุลอำนาจ ไม่ใช่การตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ด้าน นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ระบุว่า การลงทุนใน TU Dome เป็นการลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ปี 2549 ในวงเงิน 800 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของตลาดกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย ปัจจุบันยังมีผู้เช่าอยู่ราว 60–70% และได้รับเงินคืนจากการลงทุนแล้ว 159 ล้านบาท แม้มูลค่าตลาดจะลดลงจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงเป็นการลงทุนระยะยาวที่มุ่งหวังเงินปันผลเพื่อนำมาใช้เป็นสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตน โดยสำนักงานประกันสังคมยังลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศรวมกว่า 30,000 ล้านบาท และได้รับเงินปันผลสะสมแล้วกว่า 18,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ขณะเดียวกัน ในเพจเฟซบุ๊กกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม ได้ลงข้อมูลชี้แจงกรณีการใช้เงินปรับปรุงพื้นที่โรงอาหารว่า ยังได้เผยแพร่ข้อมูลชี้แจงกรณีการใช้งบประมาณ 12 ล้านบาท ปรับปรุงโรงอาหารสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3 ว่า เป็นโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 โดยได้ผ่านกระบวนการพิจารณา อนุมัติ และตรวจสอบตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ทั้งในระดับคณะกรรมการประกันสังคม หน่วยงานด้านงบประมาณ และหน่วยงานตรวจสอบ รวมถึงการขออนุญาตใช้พื้นที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้อง ผู้ประกันตนและสาธารณชนในขณะนั้นได้รับรู้รับทราบข้อมูลมาโดยตลอด ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานเห็นว่าการนำประเด็นที่ได้ผ่านการตรวจสอบและสิ้นสุดกระบวนการแล้วกลับมาเสนอ ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม

"โรงอาหารดังกล่าวจัดให้เป็น สวัสดิการสาธารณะในลักษณะไม่แสวงหากำไร เปิดให้บริการแก่ผู้ประกันตน แรงงาน และประชาชนทั่วไป รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงในราคาย่อมเยา โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและการช่วยลดภาระค่าครองชีพเป็นสำคัญ พ่อค้าแม่ค้าในโรงอาหารจำนวนมากก็เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายเช่นเดียวกับผู้ใช้บริการ กระทรวงแรงงานขอยืนยันอีกครั้งว่า การดำเนินการทั้งหมดมุ่งประโยชน์ต่อผู้ประกันตนและประชาชนผู้ใช้บริการเป็นหลัก มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสะท้อนการให้บริการสาธารณะที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม"

ด้าน นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากกังวลต่อผลกระทบด้านความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนกว่า 24.5 ล้านคน การตรวจสอบในลักษณะนี้ถือเป็นโอกาสดี เพราะถึงเวลาแล้วที่สำนักงานประกันสังคมจะต้องมีมาตรการยกระดับความโปร่งใส และในอนาคต สำนักงานประกันสังคม ควรมีธรรมาภิบาล ในการเปิดเผยข้อมูลการลงทุน ชี้แจงสถานะของกองทุนและการนำเงินไปลงทุนอย่างละเอียด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว ต้องเปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกันตนโดยตรง
กำลังโหลดความคิดเห็น