กกต.เดินหน้าตรวจนโยบายประชานิยม ย้ำชัดไร้อำนาจสั่งล้ม ทำได้แค่เปิดข้อมูลความเสี่ยงและที่มาของเงิน ให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยจะสรุปข้อสังเกตของทุกพรรคให้ทราบภายในสิ้นเดือนนี้
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.เดินหน้าตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่ต้องใช้งบประมาณ โดยคณะกรรมการตรวจสอบชุดพิเศษซึ่งมีเลขาธิการ กกต.เป็นประธาน เตรียมสรุปและเผยแพร่ข้อสังเกตต่อนโยบายของแต่ละพรรคภายในสิ้นเดือนนี้ แต่การทำหน้าที่เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต ไม่ชี้ขาดว่านโยบายทำได้หรือไม่ได้ เพราะเป็นการให้ข้อมูลประชาชนเห็นทั้งความคุ้มค่า ความเสี่ยง และที่มาของเงิน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจทางการเมืองอย่างรอบด้าน
นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ระบุว่า ขณะนี้ยังมีพรรคการเมืองอีก 17 พรรคที่ต้องส่งข้อมูลเพิ่มเติม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ก่อนที่ กกต.จะเผยแพร่ทั้งนโยบายของพรรคการเมืองและข้อสังเกตของคณะกรรมการให้ประชาชนรับทราบ โดยพยายามเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณและหนี้สาธารณะ ซึ่งมีความซับซ้อน เบื้องต้นตั้งเป้าให้สรุปประมาณ 2 หน้าต่อ 1 พรรค
นายแสวง ระบุว่า ในการพิจารณาพบทั้งนโยบายที่สามารถดำเนินการได้ นโยบายที่มีความเสี่ยงหรืออาจไม่คุ้มค่า รวมถึงบางโครงการที่แทบเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม กกต.ไม่มีอำนาจยกเลิกนโยบายของพรรคการเมือง ทำได้เพียงตั้งข้อสังเกตเพื่อประกอบการพิจารณาเท่านั้น ทั้งนี้ กกต.ได้แจ้งทุกพรรคให้ชี้แจงที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินนโยบายอย่างชัดเจน โดยต้องจำแนกให้ได้ว่ามาจากงบประมาณแผ่นดินหรือแหล่งเงินอื่น
นายแสวง ยอมรับว่าข้อสังเกตที่จะดำเนินการออกมานั้นมีผลแน่นอน เพียงแต่เรารู้ว่าเราทำงานบนหลักการไหน ซึ่งตนก็พยายามย้ำกับคณะกรรมการฯ ในลักษณะที่ว่าแต่ก่อนประชาชนอาจจะเลือกพรรคเพราะชอบและฟังนโยบาย ตอนหลังมาอาจจะเลือกเพราะฟังข้อสังเกตการณ์ของคณะกรรมการฯ และพรรคเองก็อาจจะใช้ประโยชน์จากข้อสังเกตการณ์
สำหรับการดำเนินการตรวจสอบนโยบายพรรคการเมืองของกกต.นั้นสืบเนื่องมาจากการที่กกต.ได้มีคำสั่งที่ 7/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง จำนวน 21 คน มีนายแสวง บุญมี เป็นประธาน พร้อมผู้เชี่ยวชาญ โดยมีหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนและถูกต้องของนโยบายในประเด็นวงเงิน ที่มาของเงิน ความคุ้มค่า ประโยชน์ ผลกระทบ และความเสี่ยง หากพบว่าพรรคการเมืองดำเนินการไม่ครบถ้วน สามารถเสนอให้ กกต.สั่งแก้ไขภายในเวลาที่กำหนดได้ นอกจากนี้ แบบฟอร์มที่พรรคการเมืองต้องยื่นต่อ กกต. ยังระบุชัดว่าการหาเสียงต้องไม่ขัดหรือแย้งกับนโยบายพรรคตามกฎหมายพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และหากพรรคใดไม่จัดทำรายการให้ครบถ้วน จะมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

