ตำรวจกองปราบปิดวันจันทร์ ล้อมจับ "สิบโทปรีชา" อดีตทหาร มือปืนชื่อดังคาบสมุทรสทิงพระ หนีคดีฆ่าคู่อริซุกปีกนักการเมืองท้องถิ่นหัวคะแนนผู้สมัคร ส.ส.พรรคดัง
วันนี้ ( 22 ม.ค. ) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังจับกุม สิบโทปรีชา (สงวนนามสกุล) อายุ 68 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" พร้อมของกลาง อาวุธปืนขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก และ เครื่องกระสุนขนาดเดียวกันอีกจำนวนมาก ได้ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดจันทร์ อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ทั้งนี่เมื่อปี 2566 สิบโทปรีชา ซึ่งเป็นอดีตทหาร ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองกระหน่ำยิงใส่ นายอรุณ อดีตผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 5 นัด จนเสียชีวิตคาที่ ขณะกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ก่อนจะขโมยอาวุธปืนพกและรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขี่หลบหนีไป โดยชนวนเหตุการลงมือครั้งนี้เจ้าหน้าที่คาดว่า มาจากปมบาดหมางส่วนตัว ที่ผู้ตายเคยตบหน้าผู้ก่อเหตุ รวมถึงพูดจาข่มเหงต่าง ๆ นานา จึงเกิดเป็นความแค้นสะสมเรื่อยมา แต่ด้วยพฤติกรรมการก่อเหตุที่เหี้ยมโหดไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงทำให้ตัวของสิบโทปรีชา ถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญบนปฏิทินหมายจับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
อย่างไรก็ตามภายหลังก่อเหตุ สิบโทปรีชา ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปซ่อนตัวตามที่ต่าง ๆ ก่อนจะไปอาศัยอยู่กับนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สงขลา เพื่อหวังพึ่งอิทธิพลจากนักการเมืองคนดังกล่าวช่วยคุ้มครอง จนสามารถหลบหนีคดีได้เรื่อยมาเป็นเวลานานกว่า 3 ปี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบพบเบาะแสว่า สิบโทปรีชา เตรียมย้อนกลับเข้ามาในพื้นที่ เพื่อมาร่วมงานศพญาติที่ วัดจันทร์ จึงวางแผนจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์พื้นที่โดยรอบบริเวณดังกล่าว กระทั่งพบตัวสิบโทปรีชา นั่งอยู่ภายในศาลา จึงแสดงตัวเข้าจับกุมโดยไม่ทันให้ได้ตั้งตัว พร้อมค้นตามร่างกาย ก่อนพบอาวุธปืนพก 1 กระบอก ถูกขึ้นลำพร้อมใช้งานเหน็บไว้ที่ข้างเอว รวมถึงภายในกระเป๋าสะพายยังมีเครื่องกระสุนขนาดเดียวกันเตรียมพร้อมไว้อีกเป็นจำนวนมาก ก่อนคุมตัวมาทำการสอบปากคำ
สอบสวนสิบโทปรีชา ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุฆ่าผู้ตาย ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ในส่วนของอาวุธปืนและกระสุนปืนที่ตรวจพบขณะจับกุม เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นของตนเองจริง จึงนำตัวส่ง สภ.สทิงพระ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนักการเมืองท้องถิ่น ที่สิบโทปรีชา ไปพึ่งพาบารมีอิทธิพลให้ช่วยคุ้มครองนั้น จากแนวทางสืบสวนพบว่า เป็นนักการเมืองที่เพิ่งชนะเลือกตั้งนายก อบต.ไปไม่นาน ซึ่งปัจจุบันนักการเมืองท้องถิ่นคนนี้กำลังเป็นหัวคะแนนให้กับผู้สมัคร สส. พรรคการเมืองหนึ่งในพื้นที่อีกด้วย

