xs
xsm
sm
md
lg

'เพื่อไทย' เกทับ 'ภูมิใจไทย' เปิดนโยบาย 'ยิ่งกว่าพลัส' รัฐบาลพร้อมจ่าย 70:30

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เพื่อไทยเกทับภูมิใจไทย เปิดนโยบาย "ยิ่งกว่าพลัส" รัฐช่วยจ่าย 70% ประชาชนจ่ายเพียง 30% หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ด้านภูมิใจไทยสวนกลับ ชี้ใช้งบสูงเกินไป อาจเป็นแค่มาตรการระยะสั้น และไม่คุ้มค่า

การหาเสียงเลือกตั้งช่วงโค้งสุดเข้มข้นมากขึ้น เมื่อการแข่งขันทางนโยบายด้านเศรษฐกิจกลายเป็นตัวชูโรงสำคัญ ล่าสุด พรรคเพื่อไทยเปิดตัวนโยบายใหม่ “ยิ่งกว่าพลัส 70 : 30” เพื่อเกทับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ของพรรคภูมิใจไทย

โดยในเรื่องนี้ เฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทยได้เผยแพร่นโยบาย “ยิ่งกว่าพลัส 70 : 30” โดยระบุว่า รัฐจะช่วยออกค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 70% ขณะที่ประชาชนจ่ายเพียง 30% ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยได้ทันที พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อให้เกิดการใช้จ่ายในวงกว้าง ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากกลับมาคึกคัก ร้านค้าขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหาร รถเข็น และแผงลอย มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พรรคเพื่อไทยยังย้ำว่า เม็ดเงินจากนโยบายดังกล่าวจะไม่สูญหาย แต่จะหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ เกิดการใช้จ่ายซ้ำ การสั่งซื้อวัตถุดิบ การจ้างงาน และทำให้รัฐได้รับภาษีมูลค่าเพิ่มกลับคืน ทั้งนี้ แม้โครงการคนละครึ่งพลัสที่ผ่านมา จะช่วยให้ GDP ปี 2568 เติบโตเพิ่มขึ้นราว 0.2% แต่ด้วยบริบทเศรษฐกิจปัจจุบันที่รายได้ประชาชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การให้ประชาชนควักเงินในสัดส่วนเท่าเดิมอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการช่วยเหลือจากรัฐ เพื่อให้เงินกระจายถึงประชาชนและร้านค้ารายย่อยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวถูกตั้งคำถามจากพรรคภูมิใจไทย นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า แม้นโยบายยิ่งกว่าพลัส 70 : 30 จะอ้างว่าช่วยลดภาระประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังมีข้อกังขาเรื่องประสิทธิภาพและความคุ้มค่า เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนสูง และอาจเป็นเพียงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ไม่ได้ช่วยผู้มีรายได้น้อยอย่างตรงจุด

นายธนกรอธิบายว่า ตามหลักเศรษฐศาสตร์ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีควรใช้เงินรัฐเพื่อดึงเงินเอกชนออกมาใช้ แต่เมื่อรัฐออกให้ถึง 70% ประชาชนจ่ายเพียง 30% แรงจูงใจในการใช้จ่ายเพิ่มจะลดลง ส่งผลให้หลายคนเพียงเปลี่ยนช่วงเวลาการซื้อ หรือใช้สิทธิ์กับสินค้าที่ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว ทำให้เงินหมุนเวียนจริงในระบบต่ำกว่างบประมาณที่รัฐใส่ลงไป เป็นภาวะต้นทุนสูง แต่ตัวคูณทางเศรษฐกิจต่ำ จากภาระงบประมาณที่สูงขึ้นอาจไปเบียดบังงบจำเป็นด้านอื่น ทั้งงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน งบพัฒนาทักษะแรงงาน และงบช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางแบบตรงเป้า
กำลังโหลดความคิดเห็น