กลุ่มสื่อจีนเผย พลเมืองจีนติดกับดัก "รายได้สูง" และไปทำงานให้กับสแกมเมอร์ในกัมพูชาและประเทศอื่นๆ จนเกิดเหตุคนหายจำนวนมาก กลายเป็นนกระแสใหญ่ ที่น่าสังเกตคือ "เหยื่อ" หลายคนตั้งใจไป "ขุดทอง" ที่แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ดังกรณีของหนุ่มจีนวัยยี่สิบปีที่หายตัวไปในกัมพูชา และพบตัวแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจได้คุมตัวเขาไว้ไต่สวนอย่างละเอียดเพื่อแกะรอยห่วงโซ่ทั้งหมดของกลุ่มอาชญากรรมข้ามพรมแดน
ล่าสุด ตำรวจอำเภอเชียนซาน มณฑลเจียงซี ได้แถลงความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปของ นาย เย่ เหวินปินวัย 20 ปี ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าเขาถูกหลอกไปขายยังประเทศกัมพูชา แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นการจงใจลอบข้ามแดนเพื่อไปทำงานผิดกฎหมายด้วยตนเอง
กองบัญชาการตำรวจอำเภอเชียนซานเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ ( 19 ม.ค.) ว่า นายเย่ และเพื่อนคือ นายโอวหยาง ตั้งใจเดินทางออกนอกประเทศหลายครั้งเพื่อ "หาเงินด่วน" โดยไม่ฟังคำทัดทานของเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ขณะลักลอบเดินทางกลับเข้าประเทศเมื่อวันที่ 16 ม.ค.
ขณะนี้ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้งสองไว้ดำเนินการไต่สวนอย่างละเอียด เพื่อแกะรอยเส้นทางและห่วงโซ่ทั้งหมดของขบวนการอาชญากรรมข้ามพรมแดน และจัดปฏิบัติการปราบปรามที่มีประสิทธิภาพ
ย้อนรอยแผนการรวยทางลัด เหตุการณ์นี้เริ่มเป็นกระแสสังคมเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2568 หลังจากครอบครัวของนายเย่แจ้งความว่าลูกชายหายตัวไปขณะเดินทางไปท่องเที่ยวในมณฑลยูนนาน ต่อมาเกิดข่าวลือสะพัดว่าเขาถูกลักพาตัวไปขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับสาธารณชนเป็นวงกว้าง
จากการสืบสวนของตำรวจพบว่า ในช่วงต้นเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว (2568) นายเย่ได้พูดกับกับคนรอบข้างหลายครั้งว่าจะไปทำงานต่างประเทศเพื่อหารายได้ที่สูง และต่อมาในเดือนเดียวกัน นายเย่และเพื่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสกัดไว้ได้ที่เมืองผู่เอ่อร์ มณฑลยูนนาน ขณะพยายามข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตักเตือนและแจ้งให้ผู้ปกครองทราบแล้ว แต่ทั้งคู่ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ โดยได้แอบเดินทางไปยังเมืองไป่เซ่อ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เพื่อลอบข้ามพรมแดนจนสำเร็จในวันที่ 3 ส.ค. 2568
ชีวิตในอาณาจักรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รายงานระบุว่า หลังจากเดินทางถึงกัมพูชา ทั้งสองได้เข้าทำงานในนิคมอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยสมัครใจ แม้จะสามารถใช้ชีวิตในนิคมได้ค่อนข้างอิสระแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากพื้นที่ จนกระทั่งได้รับแรงกดดันจากการประสานงานระหว่างสถานทูตจีนประจำกัมพูชาและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นที่กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างหนัก ทำให้นิคมสแกมเมอร์ดังกล่าวปล่อยตัวทั้งคู่ออกมา
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 22:00 น. ของวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบตัวนายเย่และนายโอวหยางขณะกำลังลักลอบข้ามพรมแดนกลับเข้าสู่ประเทศจีนบริเวณมณฑลกว่างซี ตำรวจได้จับกุมและคุมตัวนายเย่และเพื่อนไว้สอบสวน โดยทั้งคู่ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเรื่องการลักลอบข้ามแดนและการมีส่วนร่วมในขบวนการฉ้อโกงโทรคมนาคม หรือแก๊งคอลเซนเตอร์
สื่อจีนระบุว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ พลเมืองจีนได้ลักลอบข้ามพรมแดนจนเกิดกรณีคนหาย กรณีเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายกรณี
ด้านสถานทูตออกประกาศเตือนฯหลายครั้ง ขณะที่ทางด้านกัมพูชาไม่สามารถสืบรู้ข้อมูลของกลุ่มคนจีนที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทั้งตัวตน การเดินทาง และข้อมูลอื่นๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการติดตามช่วยเหลือ
ไม่กี่วันมานี้ เจ้าหน้าที่สถานทูตจีนได้ออกแถลงย้ำเตือนความปลอดภัยของพลเมืองจีนในกัมพูชา โดยมีผู้ต้องสงสัยกระทำผิดจำนวนมากเป็นพลเมืองจีนที่ไปทำงานให้กลุ่มสแกมเมอร์ พร้อมกับเตือนให้พลเมืองจีนตระหนักมากขึ้นในเรื่องความปลอดภัย ตักเตือนเพื่อนคนใกล้ชิด และไม่หลงเชื่อคนอื่นง่ายๆ
ที่มาข่าว กลุ่มสื่อจีน

