ชิป H200 ซึ่งเป็นชิป AI ทรงพลังอันดับสองของอินวิเดีย ( Nvidia ) เป็นหนึ่งในประเด็นเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งกันได้มากที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนขณะนี้
ชิปรุ่นดังกล่าวดูเหมือนกำลังเป็นตัวพลิกเกมจากเดิมที่สหรัฐฯเป็นฝ่ายจำกัดการขายชิปให้แก่จีน เพราะกลัวจีนจะก้าวล้ำหน้าด้านเซมิคอนดักเตอร์ แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นจีนที่จะเป็นคนให้คำตอบว่าจะยอมให้ชิปของบริษัทอเมริกันรายนี้เข้ามาขายบนแดนมังกรได้หรือไม่
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติให้จำหน่ายชิป H200 แก่จีนได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ แต่ปรากฏตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ศุลกากรจีนได้แจ้งตัวแทนจำหน่ายว่าชิป H200 ยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าประเทศในขณะนี้
แม้ยังไม่ชัดเจนว่านี่เป็นการห้ามอย่างเป็นทางการหรือเป็นมาตรการชั่วคราว แต่ก็ส่งผลให้การจัดส่งยังคงถูกระงับไว้
บริษัทอินเวนเทค ( Inventec ) ในไต้หวันเป็นผู้รับจ้างผลิตโน้ตบุ๊กและเซิร์ฟเวอร์ AI สำหรับลูกค้าชาวจีน โดยใช้ชิปของ Nvidia รวมถึง H200 เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้จำนวนมากผลิตในเซี่ยงไฮ้
ล่าสุดนาย แจ็ค ไซ ประธานบริษัทแถลงข่าวที่กรุงไทเปเมื่อวันอังคาร ( 20 ม.ค.) โดยยอมรับว่า อินวิเดียจะจำหน่ายชิป H200 ในจีนได้หรือไม่นั้น "ดูเหมือนจะติดขัด" อยู่ที่ฝั่งจีน ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางทางการเมือง ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าจีนจะอนุญาตหรือไม่
ขณะนี้ปัญหาอยู่นอกเหนือการควบคุมของอินเวนเทคแล้ว
"เราจะยังคงติดต่อสื่อสารกับลูกค้าชาวจีนต่อไป และหากได้รับอนุญาต เราก็จะทำ แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาต เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเราไม่สามารถฝ่าฝืนกฎระเบียบได้" นายไซระบุ
แม้ว่าความต้องการจากบริษัทจีนจะยังคงแข็งแกร่งก็ตาม แต่คำสั่งซื้ออาจยังคงถูกระงับไว้จนกว่าจีนจะอนุญาตให้ชิป H200 เข้าประเทศได้ มันเป็นทางเลือก ซึ่งขึ้นอยู่กับการเมืองและกฎระเบียบ ไม่ใช่อุปทานหรือความสนใจ ประธานอินเวนเทคกล่าว
ชิป H200 เป็นกุญแจสำคัญสำหรับงานประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับจีนนั้นการอนุญาตให้ใช้ชิปนี้อาจช่วยให้บริษัทในประเทศลดช่องว่างด้าน AI ได้เร็วขึ้น แต่ในทางกลับกัน การไม่อนุญาตก็เท่ากับเป็นการสนับสนุนให้มีการใช้ชิปที่ผลิตเองในประเทศ ตามนโยบายการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี
สำหรับอินวิเดีย สถานการณ์นี้ทำให้การจำหน่ายชิปในจีนมีความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งที่ทรัมป์ไฟเขียวแล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับจุดยืนนโยบายของจีน
การตัดสินใจเกี่ยวกับ H200 อาจถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ต่อรองในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ มากกว่าจะเป็นแค่การตัดสินเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีธรรมดาๆ
ที่มา : รอยเตอร์/ TipRanks

