เดลซี โรดริเกซ ผู้นำรักษาการของเวเนซุเอลา เปิดเผยในวันอังคาร(20ม.ค.) ประเทศของเธอได้รับเงิน 300 ล้านดอลลาร์ จากการที่สหรัฐฯขายน้ำมันของเวเซุเอลา และเธอจะนำมันไปใช้พยุงค่าเงินโบลิวาร์ของประเทศ
โรดริเกซ บอกว่าเงินส่วนแบ่งจากยอดขายรวม 500 ล้านดอลลาร์ที่ดำเนินการโดยสหรัฐฯ จะถูกนำไปไปรักษาเสถียรภาพตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อปกป้องรายได้และอำนาจการซื้อของแรงงาน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วอชิงตันเผยว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนกลาง "ข้อตกลงพลังงานประวัติศาสตร์" ที่จะเป็นประโยชน์กับทั้ง "ประชาชนชาวอเมริกาและประชาชนชาวเวเนซุเอลา"
ทรัมป์ บอกว่าน้ำมันจะถูกขายในราคาตลาดและ "ผมจะเป็นคนควคุมกระบวนการต่างๆนานาดังกล่าว ในฐานะประธานาธิบดีอเมริกา"
การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจเวเนซุุเอลามาตั้งแต่ปี 2018 ครั้งที่สกุลเงินโบลิวาร์แทบไร้ค่าและดอลลาร์กลายมาเป็นสกุลเงินโดยพฤตินัยของประเทศ
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดอลลาร์ก็ดำรงอยู่คู่กับโบลิวาร์ แต่การขาดแคลนดอลลาร์ อันมีต้นตอจากการที่สหรัฐฯปิดล้อมน้ำมันเวเนซุเอลาเป็นเวลานานกว่า 6 ปี ทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างมาก
ในความพยายามเข้าแทรกแซงตลาดเงิน รัฐบาลวางเป้าหมายค่อยลดช่องว่างระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์อย่างเป็นทางการกับอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืด
ก่อนหน้าสหรัฐฯเข้าควบคุมตัวนิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีที่ปกครองประเทศแห่งนี้มาช้านาน ในปฏิบัติการจู่โจมกรุงการากัสเมื่อวันที่ 3 มกราคม เวเนซุเอลาถูกบีบให้ลดราคาน้ำมันดิบลงอย่างมาก เพื่อหลบหลีกมาตรการปิดล้อมของอเมริกา ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของน้ำมันดิบเวเนซุเอลา ได้แก่จีน
วอชิงตันเริ่มปราบปรามการขายน้ำมันดิบเหล่านี้ในเดือนธันวาคม ด้วยการเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันทั้งหลายที่กำลังลำเลียงน้ำมันดิบของเวเนซุเอลา
(ที่มา:เอเอฟพี)

