วงการเมืองร้อน สะพัดซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท พรรคใหญ่ประสานเสียงปฏิเสธไม่มีใครทำ ด้าน กกต.ชี้เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เหตุใช้งบประมาณมหาศาล
จากผลสำรวจเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง ของ คณะทำงาน “Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน” ประกอบด้วย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ที่ระบุว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้จ่ายหัวละ 7,500 บาท ส่วนภาคอื่นอยู่ที่ 3,000 - 5,000 บาท กลายเป็นประเด็นร้อนในทางการเมืองที่ทำให้แกนนำพรรคการเมืองต่างออกมาปฎิเสธกันถ้วนหน้า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธทันที โดยระบุว่า "หัวละ 7,500 บาท อุ้ยซื้อเขาควาย 700 บาทเอง ใครจ่าย 7,500 บาท บอกมาเลย เดี๋ยวจะซื้อเขาควายไปครอบให้เขา"
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การเมืองสู้กันดุเดือดทุกรอบอยู่แล้ว แต่ขอให้สู้ในเกมไม่มีปัญหา การต่อสู่การแข่งขันเป็นเรื่องงดงาม แต่ต้องให้เป็นตามกติกามีสปีริตซึ่งกันและกัน ซึ่งตัวเลข 7500 บาท ส่วนตัวไม่ขอยืนยันใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง สำหรับการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งนั้น จะพยายามไม่ใช้เวลาราชการ ถึงแม้ว่าจะลาได้ก็ไม่อยากลา เราทำงานและใช้วิธีประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง ให้ประชาชนได้รับทราบว่าพรรคภูมิใจไทยของเราจะนำเสนออะไรกับพี่น้องประชาชนบ้าง ถ้าเราได้รับเลือกตั้งเข้ามา
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เป็นอีกคนที่ออกมาปฏิเสธเช่นกัน โดยเมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคิดเห็นในเรื่องถึงบอกออกมาว่า "ห๊ะ” ก่อนที่จะระบุว่า มีด้วยหรือ มีคนไม่ปกติอย่างนี้ด้วยหรือ ส่วนตัวไม่ทราบเหมือนกัน
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าถ้าใครทำแบบนี้ โอ้โหบ้านเมืองพินาศแน่ ไม่ไหวหรอก ถ้าจะใช้เงินทุ่มกันขนาดนี้ แต่ตนเชื่อว่านักการเมืองคงไม่มีใครทำแบบนี้หรอก มีที่ไหนไปเล่นกันหัวละ 7,500 บาท ถ้าทำอย่างนี้ คูณเข้าไป คงไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่น
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงอย่างมั่นใจถึงการทำงานการเมืองของพรรคว่า เรามีการทำโพลของเรา และดูโพลของสำนักอื่นด้วย เราก็มั่นใจ ซึ่งเราก็อยู่ 1 ใน 5 ตลอดทุกโพล บางจังหวัดก็เป็นที่ 1 ซึ่งผลโพลที่ออกมา คะแนนนิยมของพรรค ติด 1 ใน 5 เกือบทุกจังหวัด เราไม่มีหลุดลำดับที่ 5 เลย อย่างไรก็ตาม พรรคต้องทำหน้าที่ของการเป็นนักการเมืองในการหาเสียงตามกรอบของกฎหมายอย่างดีที่สุด ส่วนประชาชนจะเลือกหรือไม่เลือกถือว่าประชาชนเป็นผู้ตัดสินแล้ว
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการซื้อเสียง แต่ส่วนตัวมองว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร 4.5 ล้านคน โอกาสที่จะแจกคนละ 7,500 บาทเป็นไปไม่ได้ เพราะแค่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1 ล้านคน หากจ่ายก็ 7,500 ล้านบาทแล้ว จึงคิดว่าไม่น่าจะมี สส.หรือพรรคการเมืองใดที่จะลงทุน
ส่วนกรณีเรื่องร้องเรียนทุจริตหรือซื้อเสียงในส่วนในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ก็ยังไม่มี ส่วนใหญ่จะเป็นการร้องเกี่ยวกับป้ายหาเสียงว่ากีดขวางการจราจรและบดบังทัศนียภาพ โดยแจ้งมาทางสายด่วน 1444 เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนก็จะได้แจ้งให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้น ๆ แก้ไข และทาง กกต.กทม.มีการตรวจสอบอยู่สม่ำเสมอว่าไม่ให้ไปหาเสียงบดบังการจราจร

