xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอเรียกซีดีโอ บ.สแกนม่านตา สอบปากคำ โยงข้อมูลคนไทย 1.2 ล้านคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ดีเอสไอ เผย "โอภาส" CEO บ.เครื่องสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล เตรียมเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ชี้แจงวัตถุประสงค์นำไปใช้ หวั่นข้อมูลรั่วไหล

วันนี้ (20 ม.ค.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 148/2568 กรณีตรวจสอบธุรกิจสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน แลกเหรียญคริปโตเคอเรนซี ภายใต้โครงการ Worldcoin เปิดเผยความคืบหน้าการออกหมายเรียก นายโอภาส เฉิดพันธุ์ กรรมการของบริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด (TIDC WORLDVERSE COMPANY LIMITED) ให้เข้ามาให้ข้อมูลในฐานะพยานในวันที่ 20 ม.ค. ว่า คณะพนักงานสอบสวนมีความประสงค์ขอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการการติดตั้งเครื่องสแกนม่านตา ว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องมาจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และบริษัท ไพรม์ ออพ พอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี จากประเทศสิงคโปร์ (Prime Opportunity Fund VCC Singapore) เมื่อวันที่ 27 มี.ค.67 หรือไม่ อย่างไร รวมถึงการนำเข้าเครื่องสแกนม่านตาโดยบริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ TIDC ว่ามีวิธีการ ขั้นตอน วัตถุประสงค์การนำเข้าเครื่องสแกนม่านตาเพื่อการใด และบริษัทฯ มีการดำเนินงานอย่างไรบ้าง

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า ล่าสุดได้รับแจ้งว่า นายโอภาส ต้องเดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ตด้วยการขับรถยนต์ คาดว่าจะถึงกองคดียาเสพติด ในช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนก็ได้จัดเตรียมทีมรอพบนายโอภาสไว้แล้ว ทั้งนี้ บทบาทความเกี่ยวข้องของนายโอภาสกับเครื่องสแกนม่านตา เนื่องด้วยเจ้าตัวเป็นกรรมการของทั้งบริษัท ไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด และบริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) จึงต้องหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันของทั้ง 2 บริษัท

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เผยอีกว่า บริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด ค่อนข้างจะมีความเกี่ยวข้องกับตัว MOU โดยตรง แต่ด้วยความที่บริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด ซึ่งก่อน นายโอภาส จะเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทนั้น เคยมีกรรมการบริษัทเป็นชาวต่างชาติมาก่อน และได้มีการซื้อขายหุ้นกันตามปกติ จนทำให้นายโอภาส ได้เข้ามาเป็นกรรมการบริษัทฯ ดังนั้น กระบวนการสอบปากคำพยานของคณะพนักงานสอบสวนจึงค่อนข้างมีจำนวนเยอะ แต่ก็พยายามไล่เรียงสอบปากคำพยานให้ครบถ้วนที่สุด

"สำหรับการเตรียมผ่าเครื่องสแกนม่านตาทั้ง 4 ชุด ที่คณะพนักงานสอบสวนตรวจยึดมาได้จากการเข้าตรวจค้นในพื้นที่บริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) คณะพนักงานสอบสวนได้มีการประสานงานกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แต่อย่างไรจะต้องรอฟังข้อมูลและขอความยินยอมจากนายโอภาส เฉิดพันธุ์ ให้เสร็จสิ้นก่อน เพราะนายโอภาสถือเป็นเจ้าของครอบครอง หรือก็ต้องสอบถามด้วยว่าใครเป็นเจ้าของเครื่องสแกนม่านตาที่แท้จริง แต่ตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนพบว่ามีการนำเข้าเครื่องจากต่างประเทศ โดยมีการเซ็ตระบบไว้เรียบร้อยแล้ว"

คณะพนักงานสอบสวนพิเศษ ระบุด้วยว่า สำหรับฐานความผิดที่ดีเอสไอพิจารณาในตอนนี้จากการทำงานของเครื่องสแกนม่านตา คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เนื่องจากพฤติการณ์ทางคดี สอบสวนสืบสวนพบว่าในการแจ้งความประสงค์ให้ประชาชนใช้บริการเครื่องสแกนม่านตา บอกเพียงว่าเป็นการยืนยันความเป็นมนุษย์ และเมื่อสแกนม่านตาก็จะได้เหรียญดิจิทัล เพื่อไปแลกเป็นเงิน แต่ในข้อเท็จจริงกลับพบว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงและบันทึกข้อมูลม่านตาของประชาชนคนไทยผู้ใช้บริการ ไม่ใช่เพียงการพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ตามที่กล่าวอ้าง จึงเหมือนเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงบางส่วนจากทั้งหมดที่แจ้งต่อผู้ใช้บริการ ส่วนความผิดตามกฎ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ทางผู้แทนของ ก.ล.ต. ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้เบื้องต้น 5 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ตั้งโต๊ะรับแลกเหรียญเถื่อน หรือนายหน้าเถื่อน โดยในส่วนนี้ทาง ก.ล.ต. ก็เปิดโอกาสให้บุคคลทั้ง 5 ราย ได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง
กำลังโหลดความคิดเห็น