จับตาทักษิณนับถอยหลังสู่อิสรภาพ ลุ้นเข้าเกณฑ์พักโทษหลังรับโทษครบกำหนด ทนายความย้ำคดี 112 ที่อัยการอุทธรณ์ไม่ใช่อุปสรรคและไม่สามารถอายัดตัวได้ ชี้เป็นสิทธิ์ที่ผู้ต้องขังพึงได้รับตามกฎหมาย
ความเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ภายหลังจำคุกมาได้ประมาณ 4 เดือน และอีกไม่กี่อึดใจจะใกล้เข้าเงื่อนไขการได้รับพักโทษตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ โดยเมื่อวันที่ 19 มกราคม บรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมารอให้กำลังใจนายทักษิณ เนื่องในโอกาสถูกคุมขังครบ 4 เดือน ขณะที่ครอบครัวชินวัตรนำโดย นายพานทองแท้ ชินวัตร พร้อมด้วย น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ และสมาชิกในครอบครัว เดินทางเข้าเยี่ยมเป็นครั้งที่ 33
น.ส.พินทองทา เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมว่า นายทักษิณสามารถปรับตัวกับการใช้ชีวิตในเรือนจำได้ดีขึ้นตามลำดับ และยังคงมีกำลังใจที่ดีมาก ส่วนสถานการณ์ทางการเมือง นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ บุตรเขย ระบุว่า นายทักษิณยังติดตามความเคลื่อนไหวบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง และส่งกำลังใจให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง พร้อมทั้งฝากความห่วงใยและแสดงความเสียใจต่อเหตุโศกนาฏกรรมเครนถล่มที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ด้าน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพักโทษว่า นายทักษิณจะครบกำหนดคุมขัง 8 เดือน ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษทั่วไปของกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากได้รับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของโทษจำคุก 1 ปี และมีอายุเกิน 70 ปี โดยขั้นตอนทั้งหมดจะเป็นไปตามระเบียบปกติของเรือนจำ ซึ่งจะทำการสำรวจรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย หากได้รับการพักโทษ นายทักษิณจะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น การพักอาศัยในสถานที่ที่แจ้งไว้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า และต้องขออนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติหากมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ โดยยืนยันว่าเป็นสิทธิที่ผู้ต้องขังทุกคนพึงได้รับตามกฎหมาย ไม่ใช่การใช้อภิสิทธิ์เหนือบุคคลอื่น
สำหรับกรณีที่อัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์คดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นายวิญญัติยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบต่อการพิจารณาพักโทษ เนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว ทำให้นายทักษิณมีสถานะเป็นผู้บริสุทธิ์ การอุทธรณ์เป็นเพียงขั้นตอนตามกระบวนการยุติธรรมของโจทก์ และไม่สามารถนำมาเป็นเหตุในการอายัดตัวหรือออกหมายขังซ้ำได้ เว้นแต่จะมีคำสั่งจากศาลซึ่งในกรณีนี้ไม่มี

