ตำรวจสเปนยืนยันในวันจันทร์ (19 ม.ค.) ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 150 คน จากอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูง 2 ขบวนชนกันเมื่อค่ำวันอาทิตย์ (18) โดยมีแนวโน้มว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐมนตรีคมนาคมระบุว่า ยังไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่ตั้งข้อสังเกตว่า จุดที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางตรงและระบบรางบริเวณนั้นก็เพิ่งได้รับการปรับปรุงเมื่อกลางปีที่แล้ว ส่วนรถไฟที่ตกรางเพิ่งใช้งานไม่ถึง 4 ปี
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลา 19.45 น. วันอาทิตย์ เมื่อตู้รถไฟ 3 ตู้ท้าย ของขบวนรถไฟความเร็วสูงที่บรรทุกผู้โดยสารราว 300 คนจากมาลากาไปยังมาดริด เมืองหลวงของสเปน เกิดตกรางและปัดไปขวางทางรถไฟที่อยู่ข้างๆ ขณะนั้นเองรถไฟความเร็วสูงอีกขบวนได้วิ่งสวนมาบนทางรถไฟที่ถูกขวาง จึงเกิดชนกันขึ้น ทั้งนี้จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณใกล้ๆ เมืองอดามุซในจังหวัดคอร์โดบา แคว้นอันดาลูเซีย ทางใต้ของสเปน
ออสการ์ ปูเอนเต รัฐมนตรีคมนาคมสเปน เผยว่า ความแรงจากการพุ่งชนทำให้ตู้รถไฟ 2 ตู้แรกของขบวนที่สองซึ่งมีผู้โดยสารเกือบ 200 คนและกำลังมุ่งหน้าจากมาดริดไปยังอูเอลบา ตกรางและหล่นลงไปตามทางลาดชันความสูง 4 เมตร ทั้งนี้มีแนวโน้มว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือผู้โดยสารในสองตู้นี้
เจ้าหน้าที่เผยว่า เมื่อถึงเช้าวันจันทร์ สามารถช่วยผู้รอดชีวิตทั้งหมดที่ติดอยู่ในซากรถไฟแล้ว และขณะนี้ยังคงระดมค้นหาผู้เสียชีวิตตลอดจนระบุอัตลักษณ์
ฆวนมา โมเรโน ประธานาธิบดีแคว้นอันดาลูเซีย แถลงว่า หน่วยฉุกเฉินยังคงค้นหาภายในกองโลหะบิดเบี้ยวบริเวณที่ตู้รถไฟที่ชนกันตกราง ตลอดจนบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้สืบเนื่องจากแรงกระแทกรุนแรงมาก ทำให้ผู้โดยสารหลายคนถูกเหวี่ยงทะลุออกนอกหน้าต่าง โดยเจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตห่างจากที่เกิดเหตุหลายร้อยเมตร และสำทับว่า มีแนวโน้มที่จะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก
ทางด้านหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะ “การ์เดีย ซิวิล” ของสเปน ได้จัดตั้งสำนักงานชั่วคราวขึ้นในคอร์โดบา เพื่อให้ความช่วยเหลือสมาชิกครอบครัวผู้สูญหาย และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอสำหรับกรณีที่ต้องพิสูจน์อัตลักษณ์ศพ
ซาลวาดอร์ จิเมเนซ ผู้สื่อข่าวสถานีอาร์ทีวีอี ซึ่งอยู่ในรถไฟขบวนหนึ่งในสองขบวนที่เกิดอุบัติเหตุ เล่าว่า หลังเกิดเหตุ พวกผู้โดยสารปีนออกจากหน้าต่างที่แตกกระจาย และบางคนใช้ค้อนฉุกเฉินทุบกระจกหน้าต่าง และเสริมว่า มีจังหวะหนึ่งที่เขารู้สึกเหมือนกำลังเกิดแผ่นดินไหวก่อนที่รถไฟจะตกราง
ตำรวจเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 159 คน ซึ่ง 5 คนในจำนวนนี้อาการวิกฤต และอีก 24 คนบาดเจ็บสาหัส
ศูนย์กีฬาในเมืองอดามุซ ได้ถูกปรับเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว ขณะที่องค์การกาชาดสเปนจัดตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือสำหรับบริการฉุกเฉินและประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูล
จนถึงตอนเช้าวันจันทร์ รัฐมนตรีปูเอนเต กล่าวว่า ยังไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ และบอกว่า เป็นเรื่องแปลกมาก เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางตรงและระบบรางบริเวณนั้นเพิ่งได้รับการปรับปรุงเมื่อเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว ส่วนรถไฟที่ตกรางก็เพิ่งใช้งานไม่ถึง 4 ปี โดยรถไฟขบวนดังกล่าวเป็นของอิริโอ ที่เป็นบริษัทเอกชน ส่วนขบวนที่สองเป็นของเรนเฟ ซึ่งเป็นกิจการของรัฐบาลสเปน
ปูเอนเตเสริมว่า อาจต้องใช้เวลา 1 เดือนในการสืบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้
ทางด้านนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยมีกำหนดเดินทางไปยังที่เกิดเหตุในวันจันทร์
ทั้งนี้ สเปนเป็นประเทศที่มีเครือข่ายรถไฟใหญ่ที่สุดในยุโรป ให้บริการรถไฟที่มีความเร็วกว่า 250 กม./ชม. และรางรถไฟระยะทางกว่า 3,100 กม.
เครือข่ายรถไฟของสเปนเป็นตัวเลือกการเดินทางที่ปลอดภัยในราคามิตรภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเรนเฟเผยว่า รถไฟความเร็วสูงของบริษัทให้บริการผู้โดยสารกว่า 25 ล้านคนในปี 2024
อาร์ทีวีอีรายงานว่า บริการรถไฟกว่า 200 ขบวนระหว่างมาดริดไปยังเมืองต่างๆ ในแคว้นอันดาลูเซียยกเลิกการให้บริการในวันจันทร์
อุบัติเหตุรถไฟครั้งร้ายแรงที่สุดของสเปนเกิดขึ้นในปี 2013 เมื่อรถไฟขบวนหนึ่งตกรางทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 80 คน ซึ่งผลการสอบสวนสรุปว่า ขณะเกิดเหตุ รถไฟวิ่งด้วยความเร็วถึง 179 กม./ชม. ทั้งที่มีการจำกัดความเร็วที่ 80 กม./ชม. และตกรางในบริเวณที่เป็นทางโค้ง
(ที่มา: เอพี, รอยเตอร์, เอเอฟพี)

