ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ โดน"ชูวิทย์"ลากไส้ ดีลโจ๊ก! ส้มออกอาการปากคอสั่น ? นักแฉในตำนาน ขยี้ซ้ำ..เปิดที่มาเกมต่อรอง!
จากนักแฉระดับตำนาน "เฮียชู" ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาลากไส้พรรคสีส้ม ประจานกลางโซเชียล โดยเฉพาะ "ดีล" ระหว่าง "ส้มกับโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล เรื่อง“ข้อมูลเทาๆ” ที่พรรคส้มเอามาใช้อภิปรายในสภานั้น มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา
โดยตั้งคำถามว่า ใครใส่พานเอาข้อมูลมาประเคนให้ ? แล้ว "ธนาธร" ก็ชุบมือเปิบ เคลมว่าเป็นผลงานเด่นของพรรค
ใครกันที่รับปากว่า ถ้าได้ สส.ภาคใต้ 10 คนจะประเคนเก้าอี้ “รองนายกฯ คุมตำรวจ” ให้เป็นรางวัล ?..
พรรคส้มไปไม่เป็นอยู่หลายวัน กว่าจะตั้งหลักออกมาดาหน้าตอบโต้ “เฮียชู”
ตัวตึงอย่าง "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน โต้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า เป็นเรื่องเท็จที่จินตนาการออกมาโดยไม่มีมูลความจริงใดๆ
งานนี้เจอ “เฮียชู” ขยี้ซ้ำ..ในโพสต์อธิบายความ "โจ๊กกับส้ม"
ว่า..ความสัมพันธ์ของ “โจ๊ก”กับ “พรรคส้ม”มีมาตั้งแต่สมัย“รังสิมันต์ โรม” อภิปราย “ตั๋วช้าง” ด้วยข้อมูลที่โจ๊ก ใส่พานให้
ความที่ “โจ๊ก” จัดโผตำรวจ ย่อมรู้ดีว่า “ตั๋วไม่จ่าย แต่ต้องจัด” นั้นเป็นยังไง
ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่มีความใกล้ชิดกับ “ลุงป้อม” ในช่วงรัฐบาลของ “ลุงตู่” เรื่องจัดโผเป็นเรื่องที่ใครๆเขาก็รู้
ไม่ใช่เรื่องผิดที่ “โจ๊ก” จะส่งข้อมูลเรื่องเทาๆ ของวงการตำรวจให้กับพรรคส้ม ... อย่าไปถามหา “หลักฐาน“ เรื่องตั๋วช้าง ม้า วัว ควาย ของตำรวจมันมีให้เห็นที่ไหน ?
แต่ใครก็รู้เหมือนที่ “รังสิมันต์ โรม” รู้ว่ามีจริงแต่ไม่มี “ใบกำกับภาษี“ มาโชว์ให้ดู
ข้อมูลระดับนี้ “น้องโรม” ที่ไม่เคยสัมผัสวงการตำรวจ จะไปหาจากไหนได้ หากไม่ใช่แกะดำวงการตำรวจอย่าง “โจ๊ก” จัดให้
ล่าสุด “น้ำท่วมหาดใหญ่” โจ๊ก ลงพื้นที่ช่วยเหลือ แจกข้าวแจกน้ำ เป็นถึง “นายกฯสมาคมชาวปักษ์ใต้”
เคยกระทุ้งบอกมีคนตายจากน้ำท่วมเป็นพันศพ และเรียกร้องให้ “อนุทิน” ลาออก สังเวยความรับผิดชอบ
สื่อให้ความสนใจ “โจ๊ก” ตีราคาขึ้นมาด้วยการเสนอต่อพรรคส้มผ่านกรรมการบริหาร “สายใต้ฮาร์ดคอร์“
เพื่อจะเพิ่มปริมาณสส. ให้ได้มากขึ้นจากเดิม 151 คน โดยทำพื้นที่ภาคใต้ ให้ได้อีก 10 คน เพื่อแลกกับตำแหน่ง
นี่เป็นแค่การต่อรองทางการเมือง
คนคุ้นเคยหา สส.เพิ่มขึ้นให้เพื่อเป้าหมาย 251 คน ตามที่พรรคส้มต้องการ แล้วต้องได้รับผลตอบแทนเป็นตำแหน่งทำงาน
แต่แล้ว “โจ๊ก” เคราะห์ซ้ำกรรมซัด โดนลูกน้องแฉ “คดีติดสินบนทอง ป.ป.ช.” เข้าเล่นงาน
แม้คดี “โจ๊ก”ยังไม่ถึงปลายทาง แต่วิธีการเล่นการเมืองผ่านนอมินีมี มีจริงไหม ? ให้ลองถาม “ธนาธร” ที่ถูกโทษแบนทางการเมือง 10 ปี แต่ยังลอยหน้าลอยตา ให้ความเห็น ชี้แจงนโยบาย แถมเสียงดังกว่า“หัวหน้าพรรค” อีกเสียด้วย
ยิ่งกว่านั้น ยังอยู่ทุกเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญของพรรคส้ม ทั้งสิ้น
ดูเอาก็ได้ว่าทำยังไง ? ไม่ว่า “ดีลลับฮ่องกง กับทักษิณ” หรือ “ดีลลับ MOA กับอนุทิน” ล้วนเป็นธนาธร ตัวจริงเสียงจริง ที่เป็นคนไปเจรจา
ที่เอาเรื่อง “โจ๊กกับพรรคส้ม” มาเปิดเผย ไม่ได้ต้องการดิสเครดิตใคร เพราะเป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่คนทำงานย่อมได้รับผลตอบแทน
การรับข้อมูลวงการตำรวจจาก “โจ๊ก” จึงหาใช่เรื่องที่ต้องปัดกันให้วุ่น
ทำไมต้องดิ้น ? หรือตอนนี้ “โจ๊ก” มิตรสหายไม่มีเหลือ ล้วนหนีหายไปหมด จึงตกต่ำเกินไป สำหรับพรรคส้ม ที่จะไปเกลือกกลั้ว ?
“เฮียชู” ร่ายยาวพร้อมตั้งคำถาม และก็เป็น "ชัยธวัช ตุลาธน" อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาตอบโต้ บอกว่าไม่เคยได้ยินเรื่องดังกล่าว พรรคประชาชนประกาศแถลงรัฐบาลประชาชนไปแล้ว ชัดเจนว่า มีรองนายกฯ ฝ่ายประชาธิปไตย ความมั่นคง เป็น นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เชื่อว่าประชาชน มีวิจารณญาณในการรับฟัง ข้อมูลของ “ชูวิทย์” ซึ่งข้อมูลพื้นฐานก็ผิดแล้ว
แต่พูดไปพูดมา ก็ยอมรับว่า แน่นอนพรรคมีข้อมูลบางอย่างที่ได้จาก “โจ๊ก” แต่ไม่ใช่โจ๊กคนเดียว มีผู้ให้ข้อมูลกับพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึง ปชน. โดยไม่เคยมีใครที่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ รับสิ่งตอบแทนทั้งนั้น
“ชัยธวัช” ยังโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเพิ่มเติมอีกว่า ขอตั้งคำถามกลับ...”ชูวิทย์” รับงาน อดีต ผบ.ทบ. ที่สนิทกับ “เบน สมิธ” มาสกัดพรรคส้ม หรือเปล่า !?
ถามแบบนี้.. “เฮียชู”...ชูวิทย์ ยิ้มหวานลูบปาก..ตอบกลับเบาๆ แต่เจ็บจี๊ดว่า..
ทำไมพรรคที่ต้องการทำการเมืองใหม่ ไม่สามารถทนการวิพากษ์วิจารณ์ได้ ?
หากผมรับงานจริง เลือกตั้งคราวที่แล้ว ผมเชียร์พรรคส้ม ผมรับงานมาไหมครับ ?
ใครที่ไม่ได้เข้าข้างพรรคส้ม คือ รับงานมาหมด หรือ ?
ติพรรคส้ม คือ รับงาน ... ชมพรรคส้ม คือ ได้งาน ... แบบนี้ใช่ไหมครับ? “เฮียชู” ถามกลับบ้าง
นี่ละ..เล่นกะใครไม่เล่น มาเล่นกับนักแฉในตำนาน..ก็ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ!
++ “น้ำเงิน-แดง” หาเสียงไม่โจมตีกัน รอจับมือตั้งรัฐบาล
ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งเข้ามา แนวโน้มค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยที่เป็นตัวแทน “ฝ่ายอนุรักษ์นิยม” กับ พรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองของ “ตระกูลชินวัตร” จะจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง
สังเกตหรือไม่ว่า ในช่วงการหาเสียงที่ผ่านมา ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย หาเสียงแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่มีการโจมตีกันและกันชนิดเอาเป็นเอาตาย ถ้าจะมีบ้างก็เป็นลักษณะหยิกแกมหยอก เสียมากกว่า
ทั้งๆ ที่หากจะฟาดฟันกันละก็ แต่ละพรรคต่างมี “แผลใหญ่” ด้วยกันทั้งคู่
ภูมิใจไทย มีเรื่อง “ฮั้วเลือกสว.” ที่ถือว่าเป็นอันตรายต่อระบบบการเมือง การปกครอง ยังมีเรื่องเขากระโดง ที่ระดับแกนนำแถวหน้าของพรรค ยึดครองที่ดินของการรถไฟอยู่
ส่วน เพื่อไทย นอกจากกรณีคลิปเสียง “อังเคิล” ที่บ่งบอกถึงผลประโยชน์ของสองตระกูล และพวกพ้องบริวาร บ่มเพาะเป็นความขัดแย้งจนนำไปสู่สงครามไทย-กัมพูชาแล้ว ยังมี นโยบายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็ก ที่มีกาสิโน ซึ่งถ้ามองให้ลึกลงไป นี่ก็คือสถานที่ “ฟอกเงิน” ของแก๊งอาชญากรรม ขบวนการสีเทา ทั้งหลายชัดๆ
แต่ทั้งสองพรรคต่างไม่ “ขยายแผล” ของกันและกัน โดยไปหยิบเอาประเด็นอื่นมาหาเสียงแทน
“ภูมิใจไทย” เน้นที่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามแนวทางเดิมๆในยุคของ “ลุงตู่” อย่างเช่น “คนละครึ่งพลัส” โดยมีคำว่า “พลัส” เพิ่มเข้าไป เพื่อให้เห็นว่ามีการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา และยังมีอีกหลาย “พลัส” ที่อ้างถึงแนวทางการพัฒนาที่มีความยั่งยืน
ส่วนเพื่อไทย ก็ชูแนวทางการพัฒนาประเทศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มาหาเสียงเพื่อให้สอดรับกับบุคลิกความเป็นนักวิชาการของ “อาจารย์เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค
ดังนั้น หลังเลือกตั้งจึงค่อนข้างแน่นนอนว่า เพื่อไทยกับภูมิใจไทย จะจับมือกันตั้งรัฐบาลอีกครั้ง โดยมี “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวขบวนฝ่ายอนุรักษ์นิยม เป็นมือประสานอยู่เบื้องหลัง
หลายคนอาจข้องใจว่า “น้ำเงิน จับกับแดง” ตั้งรัฐบาล แล้วไปเกี่ยวอะไรกับ “ลุงตู่”
ต้องไม่ลืมว่า อดีต สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้พากันตบเท้า ย้ายมาเข้า “ค่ายสีน้ำเงิน” ภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น “กลุ่มเสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น” ที่มี “เสี่ยแด๊ก-ธนกร วังบุญคงชนะ” เด็กลุงร่วมด้วย และ“เสี่ยขิง-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” ทายาททางการเมืองของ “กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ” ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าแนบแน่นกับลุงตู่แค่ไหน
เรียกว่า “ดีเอ็นเอ ของลุงตู่” ได้ย้ายมาอยู่ภูมิใจไทย กันหมดแล้ว ถึงขั้นที่ “อนุทิน” ประกาศส่งสัญญาไปถึง “ติ่งลุงตู่” ทั้งหลายว่า เลือกตั้งครั้งนี้ ถ้ารักลุงตู่ ก็มาลงคะแนนให้ “ลุงหนู”
รวมทั้งการที่ “อนุทิน” ได้พบกับ “ลุงตู่” ในโอกาสที่ เข้าเฝ้าถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา และได้มีการ พูดคุยกันอย่างชื่นมื่น ...แน่นอนว่า นี่ยอมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ชัดหรือยังว่า “ลุงตู่” เอง ก็ส่งสัญญาณว่า อยู่เบื้องหลังพรรคสีน้ำเงิน
ส่วนความสัมพันธ์ของ“พรรคสีแดง” เพื่อไทย กับ “ลุงตู่” นั้น รู้ๆ กันอยู่ว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ที่หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศถึง 17 ปี ทำไมถึงกลับมาได้ กลับมาในช่วงที่ใครเป็นนายกฯ และการที่พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ปี 2566 สำเร็จนั้น สมาชิกวุฒิสภาสายไหน ที่โหวตให้ “เศรษฐา ทวีสิน” ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ดังนั้นสูตรในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง จึงแบ่งเป็นสองขั้วคือ “ขั้วอนุรักษ์นิยม” ที่มีพรรคสีน้ำเงิน บวก พรรคสีแดง กับ “ขั้วสีส้ม” พรรคประชาชน
ดูจากความสัมพันธ์นี้แล้ว มีโอกาสน้อยมาก ที่ “แดง” หรือ “น้ำเงิน” จะแยกจากกัน เพื่อไปจับกับ “ส้ม”!

